News: : Online วันแรก วันที่ 26 มิถุนายน 2554 May 21, 2013, 03:57:19 AM
Welcome, Guest. Please login or register. *

WEB for THAI : MOTORS

banner14banner15banner16banner17banner13

รูปแบบของเวปบอร์ดแห่งนี้ ... แนะนำใช้ระบบ FIREFOX นะครับ

www.civicFB.com
แนะนำตัวผม แซม LADDER 49 เจ้าของเวป ครับ
Pages: [1] 2   Go Down
  Print  

  แนะนำตัวผม แซม LADDER 49 เจ้าของเวป ครับ
Author Message
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« on: September 03, 2010, 07:07:11 PM »

พื้นฐานเดิมๆ นั้นผมเป็นวิศวกรโยธา เคยรับราชการ / เคยทำงานรัฐวิสาหกิจ / เคยทำงานบริษัทเอกชน .... ในตำแหน่ง วิศวกรโยธา วิศวกรโครงการ ผู้จัดการโครงการ
ซึ่งทั้งหมดเป็นลักษณะงานตามความรู้ การศึกษา ที่ร่ำเรียนมา คือ งานก่อสร้างนั่แหละ (ผลงานของผม ยังมีอยู่ ทั้งที่ กทม. และ ตจว.)

ประมาณช่วงกลางปี ๒๕๔๐ จำใจและจำเป็นต้องเดินทางไปอเมริกา ด้วยเหตุผลเรื่องเศรษฐกิจ เพราะก่อนหน้านั้น ๒ ปี ริอาจคิดการใหญ่ รับเหมางานก่อสร้างเอง
แรกๆก็ทำท่าว่าจะดี แต่พอเจอฤทธิ์ พิษฟองสบู่แตกด้วยโรค Tomyumkong Crisis เท่านั้นแหละ หมดเนื้อหมดตัว ขายบ้าน ขายรถ ยังไม่พอใช้หนี้เขา
ไม่อยากไป ไม่คิดจะไปอเมริกา แต่จำเป็นต้องไปด้วยเหตุดังกล่าว  

แซม LADDER 49

* ชื่อจริง        : ขอไม่เปิดเผยตรงนี้นะครับ
* อายุ           : เลยหลักสี่ ไปจนเกือบถึงบางปะอินแล้วครับ
* การศึกษา    : วศ.บ โยธา จากสถาบันการศึกษาของรัฐ แห่งหนึ่ง
                  : Certificate : 1 ใบ ด้าน Automotive Service Technology  ในอเมริกา
                  และประเภท ครูพัก ลักจำ ที่อเมริกา อีกเยอะแยะ มากมาย

หน้าที่การงานปัจจุบัน
 
* เป็นวิศวกรที่ปรึกษาและหุ้นส่วนเล็กๆให้กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดกลาง บริษัทหนึ่ง
* ทำธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ เกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออกอะไหล่รถยนต์

...........................................................

รูปล่าง เป็นรูปถ่าย Avatar ประจำตัวที่ใช้ตามหน้าเวปบอร์ดต่างๆ
ถ่ายกับน้องๆพริตตี้ / ทีมงานภาพยนต์ฮอลลิวู๊ด เรื่อง REDLINE (ในงานแอลเอ ออโต้โชว์ ประมาณปี 06 / 07)



รูปล่างถ่ายกับ สเตฟาน นักแข่งควอเตอร์ไมล์ ชื่อดัง ระดับ Top 3 ของอเมริกา ช่วง ๗ - ๘ ปีที่ผ่านมา
ลองเข้ากูเกิ้ล พิมพ์ชื่อ stephan papadakis ดูครับ




สเตฟาน เจ๋งขนาดไหน .. ดูคลิปตัวอย่างในยูทูป งาน sema show อันโด่งดังที่อเมริกาได้ครับ

SEMA: Steph Papadakis
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #1 on: September 07, 2010, 06:56:16 AM »

ทำไมต้องชื่อ แซม

ชื่อ แซม นั้น เป็นชื่อฝรั่ง ที่ใช้เรียกชื่อคนไทย ที่ขึ้นต้นด้วยตัว ส. เสือ .... เช่นชื่อ ปองพล แบบนี้ หากไปอยู่ที่อเมริกา ฝรั่งเขาเรียกชื่อไม่ถนัดปาก
เลยใช้ชื่อเรียกตามฝรั่ง เช่น พอล เป็นต้น ตัวผมมีชื่อจริง ในบัตรประชาชนไทยขึ้นต้นด้วย ส.เสือ ดังนั้นชื่อฝรั่ง ที่ง่าย และเหมาะสม ก็คงไม่พ้น แซม
ประกอบกับเหตุผล ที่ไม่ต้องการให้ใครรู้จักชื่อจริงนามสกุลจริงในเมืองไทย ก็เลยต้อง เข้าเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตาม ... มีชื่อเรียกขาน ว่า แซม มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ครับ


ทำไมต้องเป็น LADDER 49

นามสกุล นามสร้อย นามแฝง ของผมนั้น มาจาก ชื่อภาพยนต์ฮอลลิวู๊ด เรื่องหนึ่ง ที่มาปิดถนนแถวๆที่ผมพักอาศัย เพื่อถ่ายทำเรื่องราว .... ตื่นเต้นครับ
ตื่นเต้น ที่ได้มีโอกาสเห็นกองถ่ายทำภาพยนต์ฮฮลลิวู๊ด แบบตัวเป็นๆ มาถ่ายทำแถวๆบ้าน ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยเห็นบ้างประปราย แต่ไม่ค่อยได้ใส่ใจ ....
คงประมาณ ปี 2545 - 2546 มั๊ง แต่พออยู่อเมริกา ไปนานๆ ชินครับ เห็นปิดถนน ถ่ายหนังกันจนชิน โดยเฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์




...............................

รูปล่างถ่ายวันที่ 29 สค. 53 ที่บ้านบุศรินทร์ (ใครชอบ สะสมเหรียญเก่าๆ ติดต่อได่นะครับ)  :Cheesy :Cheesy
อันบนบัตรประชาชนอเมริกัน อันล่างเป็นบัตรประชาชนไทย / อันกลาง เป็นใบขับขี่อเมริกา


Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #2 on: September 14, 2010, 09:34:22 AM »

ผม แต่งงานแล้วครับ ... มีลูกสาว ๑ คน เรียนชั้น ป. ๔ (ปี 2553)  Wink

(ลองเดา...ว่าคนไหนแฟนผม ...ขออนุญาต น้องๆด้วยนะ)



(คนนั่งกลางครับ)



รูปล่างลูกสาวผม...คนขวามือ



ลูกสาว ถ่ายกับคุณปราบ เพื่อนบ้านที่แสนดี
คอยเยี่ยมเยียน ถามไถ่ ทุกข์สุข ในระหว่างที่ผมอยู่ต่างประเทศ




ลูกสาวกับคุณแม่

Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #3 on: September 18, 2010, 07:55:05 AM »

อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแรกว่าผมไปอเมริกาด้วยความจำเป็น จำใจต้องไป
และไปแบบไม่รู้จักใครเลย (ยกเว้นประธานาธิบดี บิล คลินตัน) ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่มีพี่เลี้ยงคอยแนะนำ ให้คำปรึกษา
ทุกอย่างยืนบนลำแข้งของตัวเอง ท้อแต่ไม่ถอยครับ คิดไว้ในใจ อย่ายอมแพ้ต่อโชคชะตาโดยเด็ดขาด ...

ในปี ๒๕๔๐ อันเป็นปีแรกที่ไปอยู่ในอเมริกา ๖ เดือนแรก ผมแทบไม่ได้ทำอะไร ถึงทำก็ทำไม่เป็น หลายๆอย่างมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเมืองไทย
ภาษาระดับ ป.ตรี วิศวะ แทบเอาตัวไม่รอด ... เลยต้องเที่ยวโน่น เที่ยวนี้ ศึกษาหาความรู้ ประสพการณ์ใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ ก่อน เงินทองใช้จ่ายอย่างประหยัด
เวลาเงินหมดก็โทรมาบอกแฟนที่เมืองไทย เขาก็เอาเงินเข้า credit card  แล้วผมก็ไปขึ้นเงินสดที่แบงค์ ในอเมริกา โดนหักส่วนต่างแทบร้องไห้
ตอนหลังก็ขยับมาเป็นให้แฟนส่งไปทางโพยก๊วนส่งเงินเถื่อนระหว่างประเทศ คนอื่นเขามีแต่ส่งเงินอเมริกามาเมืองไทย แต่ผมต้องส่งเงินไทยไปอเมริกาแทน

อยู่มาไม่กี่เดือนจนกระทั้ง มารู้จักกับ "ซาร์" เด็กหนุ่มอเมริกัน เชื้อสายฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านแต่งรถ ประเภท custom body kit บนถนน Saticoy
เมือง North Hollywood ใกล้ๆวัดไทยลอสแองเจลีส นั่นแหละ


รูปล่างถ่ายกับตัวโบสถ์ของวัดไทย ลอส แองเจลีส



ผมเจอ ซาร์ ในงานโชว์รถแต่งแห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนียร์ ... ซาร์เขาไปงาน ในฐานะเจ้าของรถ (ที่โชว์) ผมไปงานในฐานะผู้เข้าชม
เรื่องบังเอิญ ที่ผมไปชอบรถของเขา เลยเข้าไปคุยด้วย (แบบคนเอเซียหัวดำด้วยกัน) ก็คุยกัยถูกคอหละครับ ถึงแม้นว่าตอนนั้นจะพูดอังกฤษได้แบบงูๆปลาๆ
แต่ทุกอย่างราบรื่นดี แถมซาร์อดถึ่งในตัวผมไม่ได้ เพราะไปโม้บอกเขาว่า ไอทำงานคาร์บอน ไฟเบอร์ได้น่ะ .... (จริงๆ ก็ทำได้ตามที่โม้นั่นแหละ)


ปกติตัวดำอยู่แล้ว ... อยู่ที่โน่น ตามแห่ไปดูงานโชว์รถแต่ง จนหน้าดำ คร่ำเครียดไปหมด
รูปล่าง รู้สึกว่าจะถ่ายที่สนามแข่งรถ เมือง Palmdale California ถ่ายกับรถฮอนด้า แอคคอร์ด ตาเพชรรุ่นปี 92 - 93 คูเป้
ที่บ้านเราไม่มีรถรุ่นนี้ (มีแต่ตาเพชร สี่ประตู)




เดี๋ยวมีต่อ...
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #4 on: September 18, 2010, 07:56:28 AM »

ตอนรู้จักกับ ซาร์ เจ้าของร้านแต่งรถเมือง North Hoollywood นั้น ผมพักอยู่แถวๆ Hoollywood (ถนน Normandie ตัดกับถนน Hoollywood)
ซึ่งพื้นที่ตรงย่านนั้น ณ ปัจจุบันนี้คือเขต Thai Town นั่นเอง (ไปพักแถวนั้นได้อย่างไร โปรดอ่านไปเรื่อยๆนะครับ)

วันว่างๆ ไม่รู้จะไปไหน ก็มักจะไปเตร่ๆ ที่ร้านของ ซาร์ บ่อยๆ ..... เมืองที่เป็นที่ตั้งของร้านซาร์ จะอยู่ทางทิศเหนือของจุดที่ผมพัก ใช้เวลาเดินทางโดยวิ่งบน Free Way
ประมาณ 15 นาที (จากฮอลลิวู๊ดใช้ Free Way # 101 North แล้วต่อด้วย Free Way # 170 North อีกนิดหน่อย ไป exit ที่ถนน Sherman way
หรือเลยไปลงที่ถนน Roscoe ก็ได้ เลี้ยวขวาไปไม่กี่ ๑๐๐ เมตร ก็จะเจอโบสถ์ของวัดไทย อยู่แถวนั้น เลยไปอีกไม่กี่ block ของถนน ก็จะเจอถนน woodman
เลี้ยวซ้ายลงใต้ ไปสักพัก ก็เจอถนน saticoy ที่อยู่ของร้านซาร์ ตรงนั้น

ร้านแต่งรถของซาร์ จะมีส่วนคล้าย ร้านแต่งรถในเมืองไทยคือ ตอนเย็นๆมักเป็นที่สิงสถิตย์ของบรรดาขาซิ่งทั้งหลาย .. รถดีๆ แปลกๆ ได้ไปเห็นของจริงก็ตรงนั้นแหละ
ซาร์เขาให้เกียรติผมน่ะ ชวนพูด ชวนคุย ถามโน่น ถามนี่ตลอด (ทำไม ไม่ให้เกียรติล่ะ เพราะผม บอกเขาว่า ผมทำงานคาร์บอน ไฟเบอร์เป็นนั่นแหละ) ....
.
.
อยู่อเมริกา (แอลเอ) หากไม่มีรถใช้ ก็เหมือนไม่มีขาแหละครับ จะไปไหน มาไหน ลำบากสุดๆ ค่าแท็กซี่แพง รถเมล์ประจำทางไม่ค่อยมี นานๆโผล่ครั้ง
ครั้นจะพึ่งพาไหว้วานคนรู้จัก  บอกตรงๆว่ายากกกกกกกกกกก (เพราะทุกคนต้องทำงาน ไม่มีเวลาไปนั่ง takecare คนอื่น)

หลังจากได้ใบขับขี่แล้ว ตัดสินใจซื้อรถครับ ไปไหน มาไหนสะดวกกว่าเยอะ


TOYOTA TERCEL



เดี๋ยว มีต่อ.....
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #5 on: September 23, 2010, 07:56:34 PM »

TOYOTA TERCEL นั้น จัดเป็นรถอยู่ในคลาส ที่เล็กที่สุดของโตโยต้า
ขนาดเครื่องยนต์ ๑๕๐๐ ซีซี เหมาะสำหรับใช้ในเมือง แบบ city car คันหนึ่ง (มันคล้ายๆกับรถโตโยต้าโซลูน่า เมืองไทยน่ะ)

ตอนแรกๆนั้น ผมได้รับ วีซ่าเข้าเมืองที่อเมริกาแค่ครั้งละ ๖ เดือนเท่านั้น (เป็นวีซ่าเล็ก ที่สนามบิน ที่ผมบินไปลงนะครับ / วีซ่าที่ออกให้โดยสถานฑูต
อเมริกาประจำประเทศไทยนั้นผมได้ ๑๐ ปี) .. พอเข้าเดือนที่ ๕ กว่าๆ ในแต่ละครั้ง ต้องเตรียมตัวบินกลับเมืองไทย เพื่อรัษาสถานะการเข้าเมืองไว้

เจ้าโตโยต้า TERCEL คันนี้ ซื้อได้มาโดยบังเอิญ จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันเสาร์ตอนสายๆ ตื่นนอนเสร็จ เพื่อนๆ ที่พักอาศัยอพาร์ทเม้นต์ห้องเดียวกัน ออกไปทำงานกันหมด
เดินลงจากห้องพัก จะไปซื้อหาอะไรทานแถวๆนั้น สายตาก็ไปสะดุดเจ้า TERCEL สีแดงคันนี้ จอดอยู่ริมถนน พร้อมติดป้าย FOR SALE by OWNER หราอยู่

ที่ป้ายประกาศขาย จะมีรายละเอียดของรถ โดยย่อ ประมาณว่า For sale by OWNER / '95 - 15,000 miles / stickshift / run good / Tel : 323 - 963 7824
/ $4,500 OBO ประมาณนี้ ... ผมลองด้อมๆ มองๆสำรวจภายนอก ภายในแล้ว รถคันนี้ สภาพในตอนนั้นถือว่าใช้ได้เลยแหละ ประกอบกับเพิ่งได้ใบขับขี่มาหมาดๆ
รวมกับเกรงใจคนที่พักด้วย ที่ต้องอาศัย หยิบยืมรถเขาขับ ตัดสินใจว่าจะซื้อคันนี้แหละ (ง่ายดี)

จดเบอร์โทรคนขาย แล้วเดินย้อนกลับไปที่ห้องพัก โทรหาเจ้าของรถ บอกว่าไอสนใจรถยูน่ะ และตอนนี้ไอก็อยู่แถวๆรถยูนี่แหละ ยูออกมาโชว์ตัวหน่อย
โทรเสร็จ ย้อนกลับไปยืนพิงรถคันที่จะซื้อ สักพัก ฝรั่งอเมริกาผิวขาว สูงอายุ เดินยิ้มมาแต่ไกล ... ใช่แน่ เจ้าของรถ

คุยกันสักพัก (พอเข้าใจ แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่)  Grin
ลองขับอยู่ ๒ รอบ แถวๆนั้น (ถนนอเมริกาจะวนเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นบล็อก .. ขับไปเถอะ วนขวาไปเรื่อยๆ จะกลับมาจุดเดิม โดยอัตโนมัติ)

สรุปผมซื้อรถคันนี้มาในราคา 4,200 USD ในสมัยนั้น x 45 ก็ประมาณ 189,000 บาทไทย (เป็นรถปี 95 แต่ตอนที่ซื้อ ซื้อในปี 97 ปลายปี)

ไม่ผิดหวังครับ ... ประหยัดน้ำมัน ไม่งอแง กลางค่ำ กลางคืนจอดริมถนนหน้าอพาร์ทเมนต์ได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวหาย
แต่พอเอาไปวิ่งบน Free Way แล้วมันวูบวาบ โคลงเคลง อย่างไรก็ไม่รู้ แถมวิ่งไม่ค่อยทันเพื่อนๆเขาอีก .. ขำดี
 :Cheesy :Cheesy

รูปล่าง เป็นรถโตโยต้า tercel แบบ coupe ครับ







มีต่อ ...  Wink
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #6 on: September 24, 2010, 09:52:18 PM »

การซื้อ การขาย การเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ ในอเมริกา ไม่ยุ่งยากครับ
ในแคลิฟอร์เนียนั้น สมุดจดทะเบียนรถยนต์นั้น มีแค่กระดาษ A4 เล็กๆ สีชมพูอ่อนๆ เท่านั้น (คนไทยเรียกเล่มทะเบียนรถแบบนี้ว่า Pink Slip)

Pink Slip สมุดเล่มทะเบียนรถ จะมีอยู่ ๒ หน้า
หน้าแรก เป็นข้อมูล รายละเอียดของรถ จุดสำคัญที่เป็นหัวใจหลักคือหมายเลขแชชชีของรถ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า VIN Number
VIN = Vehicle Identification Number ซึ่งจะแปะเป็นแผ่นโลหะบนคอนโซลด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้ชัดเจน จากกระจกหน้าของรถ
(สังเกตุในหนังสิครับ เวลาตำรวจอเมริกา เขียนใบสั่ง จะต้องไปก้มๆเงยๆตรงนั้น)




ด้านหลังของ Pink Slip จะมีช่องต่างๆว่างไว้ ให้เราเขียน ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ครอบครองรถเจ้าใหม่ พร้อมรายละเอียดว่าขายรถ ราคาเท่าไหร่
ตอนขายออกไปเลขไมล์เท่าไหร่ เป็นต้น รถคันที่ซื้อมา เจ้าของเดิม เพิ่งไปต่อทะเบียนไว้ ดังนั้นเวลาไปเปลี่ยนชื่อ จ่ายแค่ธรรมเนียมการโอนเท่านั้น (ไม่กี่ ๑๐๐ บาท)

พูดถึงตรงนี้ มีตัวอย่างแผ่นป้ายทะเบียนของรถอเมริกา มาให้ดู (ของ california)




กระจกหน้ารถ เขาจะไม่ยินยอมให้เราแปะ / ติด กระดาษ - สติกเกอร์ใดๆโดยเด็ดขาด ป้ายวงกลมและเอกสารประกันภัยของรถ อยู่ในรูปข้างบนนั่นแหละครับ

จากรูปข้างบน เป็นแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลังของรถ ....

JAN คือเดือนที่หมดอายุของทะเบียนรถ ซึ่งจะติดตายอยู่แบบนี้ตลอดอายุการใช้งานของรถ
2004 คือปีที่หมดอายุของทะเบียนรถ ตรงนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และในแต่ละปี จะใช้สีไม่เหมือนกัน

ตำรวจอเมริกา เขาจะไม่ใช้วิธีตั้งด่าน ดักจับ ตรวจทะเบียนรถ เขาจะขับรถไปบนท้องถนน แล้วคอยมองที่ป้ายทะเบียนนี่แหละ
เขาจะทราบว่าคันไหนทะเบียนหมดเมื่อไหร่ อย่างไร ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า เขาจะไม่ติดอะไรเลย (ตามรูปล่าง)




เห็นไหมละครับ ... ที่อเมริกา ง่ายๆ แต่ได้ใจความ และอยู่ในกฏระเบียบของบ้านเมือง (เขาถึงได้เจริญกว่าเรา ในทุกๆด้าน)

ตามนั้น
  Grin
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #7 on: September 27, 2010, 03:58:41 AM »

ขอย้อนกลับไปนิด

ตอนที่ไปอเมริกานั้น เป็นการไปแบบ ไปตายเอาดาบหน้า คือไม่เคยไปมาก่อนเลย ไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จักที่อเมริกาเลยสักคน
จำได้ว่าไปถึงอเมริกาเที่ยงๆวันพุธ ลงจากเครื่องบิน หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง / ศุลกากรได้ ก็มองซ้าย มองขวาหา ซุ้ม Information
บอกเขาว่า ไอต้องการโรงแรม ที่พักใกล้ๆสนามบิน (ลอส แองเจลีส) ในราคาไม่เกิน $100 / คืน / วัน ..

เจ้าหน้าที่ฝรั่งผู้หญิงท่านนั้นก็ดีเหลือหลาย เอาข้อมูลโรงแรมมาวางบนโต๊ะ ให้พี่แซมเลือกเอา...อาศัยว่าพอดูแผนที่เป็น นิ้วจิ้มไปที่ วงกลมจุดแดงๆ
ชื่อโรงแรมไม่ค่อยคุ้นหูว่า La Quinta Inn อยู่ไม่ไกลจากสนามบินเท่าไหร่ ราคาคืนละ $75 + Shuttle Bus รับส่งฟรีจากสนามบิน

หลังจากได้รายชื่อและที่อยู่ของโรงแรมแล้ว ก็ออกมานั่งคอยรถบัสรับ - ส่ง ของโรงแรม ซึ่งจะเที่ยววิ่งไป มา ระหว่างโรงแรมกับสนามบิน (โดยไม่ต้องนัดหมาย)

หากใครเคยไปสนามบินลอส แองเจลีส คงนึกภาพออก อาคารผู้โดยสารขาเข้า ด้านหน้านั้น จะมีถนนตัดผ่านเป็น ๒ เส้นคู่กัน ถนนเส้นนอก สำหรับรถบัส รถทั่วไป
ถนนเส้นใน สำหรับรถแท็กซี่ หรือรถยนต์ส่วนตัว ที่มารอรับญาติ ... โดยมีเกาะกลางถนนเป็นที่พักผู้โดยสาร นั่งรอตรงเกาะกลางถนน ตามคำแนะนำของ เจ้าหน้าที่ผู้หญิงท่านนั้น

ตื่นตา ตื่นใจ และตื่นเต้นสุดๆ เป็นครั้งแรกที่เดินทางไกลบ้าน .... สถานที่ ผู้คน ภาษาที่ใช้ในการพูดคุย มันไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคย .... รถลีมูซีนสีดำคันยาวๆ
ที่เคยเห็นเฉพาะในภาพยนต์ฮอลลีวู๊ด ตอนอยู่เมืองไทยนั้น ณ ตอนนี้ ได้เห็นตัวเป็นๆแบบชัดเจน วิ่งไปมา หน้าสนามบินเต็มไปหมด



ง่วงแสนง่วง (เพราะตอนนั้นเวลาในเมืองไทยประมาณตี ๒ ตี ๓) แต่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่า ตาก็คอยมองด้านซ้ายมือ ซึ่งเป็นทิศทางการวิ่งของรถ (จากซ้ายไปขวา)
คอยมองรถ shuttle bus คอยมองป้ายชื่อโรงแรมหน้ารถ คอยมองผู้คน คอยมองรถสวยๆ แปลกๆ ... มือซ้ายลากกระเป๋าเดินทางแบบล้อเลื่อน
มือขวาจับสายกระเป๋าเป้ใบเล็กสะพายอยู่บนหลัง

นั่งรอ ยืนรอ ประมาณ ๓๐ นาที เป้าหมายก็มาถึง และมาถึงก็จอดใกล้ๆจุดทีผมยืนอยู่ ปรากฏว่ารถ shuttle bus นั้นจอดเพราะฝรั่งข้างๆเป็นคนโบก หากให้ผมโบก
วันนั้นทั้งวัน คงไม่ถึงโรงแรมแน่ พอรถจอดปั๊ย ดูแล้วดูอีก ดูว่าเป็นป้ายชื่อโรงแรม La Quinta Inn แน่ๆ จึงลากกระเป๋าไปยืนต่อคิว เอาของเก็บใต้ท้องรถ
พร้อมทั้งโชว์โปรชัวร์ของโรงแรมให้พนักงานขับรถเห็น เป็นทำนองบอกเขาว่า ไอจะไปโรงแรมนี้น่ะ ห้ามเอาไอไปทิ้งที่อื่น  Grin

ถึงโรงแรมเช็คอินเสร็จ ตอนบ่ายๆ ก็หลับเป็นตายเลยครับ



รูปบน เป็นตัวเป็นๆ ของป้ายสนามบินแอล เอ
ตอนที่ผมไปครั้งแรก สนามบินแอลเอ ยังไม่มีป้ายแบบนี้นะครับ ... อันนี้เพิ่งสร้างเสร็จตอนที่จะกลับมาอยู่เมืองไทย ปลายปี ๕๑
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #8 on: October 01, 2010, 10:05:45 PM »

วัดไทย Los Angeles

คนไทยส่วนใหญ่ ที่อเมริกา จะรู้จักวัดไทยแอลเอ ดีกันทุกคน (ตอนหลัง รวมทั้งตัวผมด้วย) ... ๒ - ๓ วันแรก ที่พักอยู่ในโรงแรม ค่อนข้างลำบาก อะไรๆ มันไม่ค่อยจะลงตัว
ร่างกาย ยังปรับเรื่องเวลาไม่ได้ กลางวันเขาออกไปเที่ยว ไปทำงานกัน แต่ผมนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง พอตกกลางคืนชาวบ้านเขาเข้านอน ตัวผม มานั่งจ๋อง
อยู่ในล็อบบี้โรงแรม เพราะนอนไม่หลับ เป็นอย่างนี้อยู่ ๒ - ๓ วัน จนกระทั่งเช้าวันเสาร์ ก็ได้เวลาทำกิจกรรม ตามแผนงานที่วางไว้

ใกล้ๆโรงแรมที่พัก มีร้านให้เช่ารถยนต์ จัดการติดต่อขอเช่ารถ คันที่ได้เป็นโตโยต้า โคโรลล่า (บ้านเราเรียกรุ่น ๓ ห่วงหรือเปล่า ไม่แน่ใจ) เพราะราคาถูกที่สุดคือ
วันละ $ 45 + ประกันพร้อม ...

ก่อนไปอเมริกา ผมเก็บข้อมูลเรื่อง สถานที่ตั้งของวัดไทย ไว้ในสมุดบันทึก ... ซื้อแผนที่ของรัฐ california จากร้านรถเช่านั่นแหละ ดูๆแล้วไม่ยากเท่าไหร่
แต่สิ่งที่เป็นกังวลก็คือ การขับรถพวงมาลัยซ้ายน่ะสิครับ .... แต่งานนี้ต้องลองดู ถอยไม่ได้แล้วนี่ .... ได้รับกุญแจรถเสร็จสับ ลองสตาร์ทและเข้าเกียร์
เดินหน้า ถอยหลัง ในลานจอดรถของร้านรถเช่าอยู่พักหนึ่ง ตัดสินใจแน่วแน่ เป็นไงเป็นกัน .... เอาแผนที่มากางไว้บนเบาะหน้าด้านขวาข้างๆที่ผมนั่งขับ
จำ และท่องจนขึ้นใจ "Free way #405 North แล้วเลี้ยวขวา ที่ Free way #101 East ไปลงที่ถนน  coldwater canyon มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ"
ที่ต้องจำแบบนี้เพราะเป้าหมายคือวัดไทย ลอส แองเจลีส ครับ


รูปล่าง เป็นโบสถ์ของวัดไทย ลอส แองเจลีส ... ด้านซ้ายสุดของโบสถ์นั่นแหละ ที่ผมไปยืนถ่ายรูป ตามที่เห็นข้างบน กระทู้แรกๆ

Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #9 on: October 06, 2010, 07:18:36 PM »

ไม่คิดว่าจะต้องเขียนยาวขนาดนี้ ... ไหนๆ ก็ ไหนๆ แล้ว มาเดินทางไปวัดไทยลอส แองเจลีส กับผมดีกว่า
อาจจะวกไป วนมา ทนเอาหน่อยนะครับ


......................................

2540 เป็นครั้งแรก ที่ขับรถในอเมริกา และเป็นครั้งแรก ที่ขับรถพวงมาลัยซ้าย ...... ทุกอย่าง มันกลับทางกับเมืองไทยหมด

ถนนระหว่างเมืองใหญ่ๆในอเมริกา เขาเรียกว่า Freeway และหากถนนเส้นนั้นวิ่งทะลุ ไปยังอีกรัฐๆหนึ่งเขาจะเรียกถนนเส้นนั้นว่า Interstate Freeway
จากโรงแรมที่พักใกล้ๆสนามบินแอลเอ หากจะไปวัดไทย ต้องใช้ Freeway หมายเลข 405 ตามแผนที่ข้างล่าง




วิ่งจากถนนปกติ Local Road ไปขึ้น ramp ทางเข้า Freeway 405 ครับ ต้องคอยอ่านป้าย และปฏิบัติตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด



พอเข้าเขต Freeway ได้ .... อือ หือ ทำไมมันใหญ่โต กว้างขวางดีจัง



วิ่งตามเขาไปเรื่อยๆ และชิดขวาดีที่สุด เพราะรถเร็ววิ่งซ้าย รถช้าวิ่งขวา ตามกฏครับ ... ตาก็คอยมองป้ายชื่อถนนต่างๆ กลัวหลง
วิ่งไปสัก ๒๐ นาที ก็เจอป้ายเขียนตามรูป ซึ่งเป็นทิศทางที่จะไปวัดไทย (จริงๆแล้วไปได้หลายทาง แต่ครั้งแรก ผมหลงทาง เลยวกหน่อย)




จาก Freeway 101 ขับไปอีกอีกสักพัก ก้เจอทางลง ถนน coldwater canyon วึ่งเป็นที่ตั้งของวัดไทย

Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #10 on: October 07, 2010, 05:54:06 PM »

ถามว่าทำไม ผมต้องไปที่วัดไทย ...

ชีวิต หัวเดียวกระเทียมโทน ไม่มีเพื่อน ไม่มีญาติ ไม่รู้จักใครในอเมริกา จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคงไม่พ้นวัดไทยลอส แองเจลีสครับ
เพราะจากข้อมูลที่ศึกษามาตั้งแต่อยู่เมืองไทย ... วัดคือศูนย์รวมของคนไทยไกลบ้านทุกๆคน



ออกเดินทางจากร้านเช่ารถ เวลาประมาณ ๙ โมงเช้า ไปถึงวัดไทยเกือบๆ ๑๐ โมง .... จากรูปข้างบนเป็นอุโบสถของวัดไทยลอส แองเจลีส เมือง North Hollywood
เมื่อไปถึงวัด สิ่งแรกที่ทำคือเดินสำรวจ ภายในบริเวณวัดต่างๆ เจอคนไทยก็พยายามส่งยิ้มให้ ผูกมิตรเขาไว้ก่อนว่างั้น

ในยุคสมัยก่อน ใต้ถุนโบสถ์นั้นเป็นที่ขายอาหารไทย ขายให้กับผู้คนที่มาเยี่ยม มาเที่ยววัดไทย ซึ่งมีเกือบทุกชาติแหละ เพราะที่วัดไทยนี้
มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องอาหารไทย ปัจจุบันนี้ ร้านอาหารต่างๆ ย้ายขึ้นมาอยู่ข้างบนบริเวณริมรั้วของวัด (ด้านขวามือของโบสถ์)

อาหารไทย ที่นั่นอร่อยครับ อร่อยจริงๆ โดยเฉพาะวันที่ผมไปเที่ยวครั้งแรกวันนั้น ... เพราะตลอดเวลาที่ไปถึงอเมริกา ๓ - ๔ วันที่ผ่านมา ไม่ได้กินอาหารไทยเลย
เจอของจริงเข้าไป เลยซัดสะเต็มเหนี่ยว แถมสั่งใส่กล่องเอามากินที่โรงแรมอีกต่างหาก

จากรูปข้างบน ให้สังเกตุ จุดที่มีผู้คนด้านซ้ายมือของรูป ... ณ ตรงนั้น ตอนที่ไปเห็น จะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ และใต้ต้นไม้ จะมีคนไทยที่นั่นตั้งแผงเช่าพระกัน
และ ณ ที่ตรงนั้น นั่นแหละ เป็นจุดเริมต้นอะไรๆหลายอย่างของผม

เข้าไปพูดคุย ตีสนิทกับเหล่าบรรดาเซียนพระ (ทั้งๆที่ไม่เคยเล่นพระ) และสรุปลงท้าย ถามพี่ๆเขาว่า แถวๆนี้ ตรงไหนมีบ้าน มีห้องให้เช่าบ้างครับ
ผมเพิ่งมาจากเมืองไทย ตอนนี้เช่าโรงแรมนอน เช่ารถขับอยู่แถวๆสนามบินแอลเอ ... พี่ๆเซียนพระ ๔ - ๕ คน พอได้ยินเรื่องที่ผมบอก
จัดการโทรศัพท์ติดต่อกัน คนโน้นที คนนี้ที

สรุปแล้วคือมี apartment ให้แชร์ห้องเช่าว่างอยู่ที่ Hollywood ตามที่พูดถึงในกระทู้ข้างบนนั่นแหละ

ด้วยความเอื้อเฟื้อของพี่ๆเซียนพระวัดไทย ลอสแองเจลีส ... ผมได้ที่พักเป็นอพาร์เม้นท์ ราคา $500 / เดือน ในเมืองฮอลลิวู๊ด
ย่านคนไทย ซึ่งในเวลาต่อมา มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า Thai Town


Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #11 on: October 08, 2010, 06:58:04 AM »

หลังจากเข้าพักที่อพาร์เมนต์ แบบแชร์ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ $ 500 จำนวน ๓ คนรวมทั้งผม ... คือพี่ใหญ่ ญาติของเซียนพระที่ผมไปเจอ
กับน้องเล็ก นักเรียนไทย ป.โท MBA ซึ่งป่านนี้ (ปี 2553) คงเป็นผู้บริหารระดับสูงในแวดวงข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือไม่ก็เจ้าของโรงงานไปแล้วมั๊ง

พี่ใหญ่นั้นแกทำงานเป็น Technician ของบริษัทระบบ Alarm รักษาความปลอดภัย วันหยุด เสาร์ - อาทิตย์
แกไปรับจ๊อบร้านอาหารไทย แถวๆชายฝั่งทะเลแถบเมือง Santa Monica ส่วนน้องเล็กแกเรียนจบ ป. โท แล้ว กำลังดูลู่ทางว่าจะเรียนต่อ ป. เอก
หรือจะกลับเมืองไทยดี วันว่างๆของน้องเล็กคือรับจ๊อบเป็นเด็กเสริฟ ร้านอาหารไทย ในฮอลลิวู๊ด

ตัวผมนั้นภาษาอังกฤษแค่งูๆปลาๆ ทำงานจริงๆจังๆอะไรไม่ได้ ... นอนแกร่วอยู่ที่อพาร์ทเมนต์ เสาร์ อาทิตย์ ออกไปดูงานโชว์รถ ตามที่ต่างๆ ...
แรกๆ ก็ยืมรถเขาขับ พอมีรถเป็นของตัวเอง ก็เหมือนนกมีปีก ที่ไหนมีงานโชว์รถ หากไม่ไกลเกินไป ... ไม่มีพลาดครับ San Francisco
San Matae / San Diego ไปหมด และไปแบบ ขับรถไปตอนตี ๒ ตี ๓ กลับอพาร์ทเมนต์ เกือบๆเที่ยงคืน










เท่ห์สุดๆเลยครับ ...
เพราะยุคสมัยนั้น งานโชว์รถแต่งแบบนี้ ในเมืองไทย ไม่มี .. น้อยคนที่จะได้สัมผัสบรรยากาศแบบผม
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #12 on: October 09, 2010, 07:32:44 PM »

เรียนภาษาที่อเมริกา

อยู่อพาร์ทเมนต์ ก็สะดวกสบายดี อพาร์เมนท์ที่โน่นจะไม่หนวกหูวุ่นวายเหมือนเมืองไทย แต่พอเข้าเดือนที่ ๒ ชักไม่ไหว กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
เพราะไม่มีงานทำ ค่าเงินบาทช่วงนั้นเกือบๆ 50 บาท ต่อ $1 USD เลยตัดสินใจ ไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ที่ EVANS COMMUNITY ADULT SCHOOL
ใกล้ๆ ดาวน์ทาวน์ แอลเอ เป็นโรงเรียนของรัฐ ค่าเล่าเรียนถูกมาก (แต่จำไม่ได้แล้วว่าจ่ายไปกี่เหรียญ)



พี่ใหญ่ที่พักด้วยกันนี่แหละ เป็นผู้แนะนำให้ไปเรียน เรียนไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะช่วงวันธรรมดาว่างตลอด เลยเลือกเรียนตอนกลางวัน จันทร์ - ศุกร์
เวลา 13.00 - 15.00 น. ตอนไปเรียน ก็นั่งรถเมล์ไป เพราะไม่ไกลจากที่พักเท่าไร รถเมล์วิ่งไป มองทิวทัศน์ข้างทางไป ก็แปลกดี ได้ประสพการณ์อีกแบบหนึ่ง

มีทุกชาติทุกภาษาที่ไปเรียน แต่มากที่สุดคือพวก Maxican ... ยี่ปุ่น เกาหลี มีบ้างประปราย ... เรียนไป เรียนมาได้ภาษาแม็กซิกันแถมมาด้วย (แถมอย่างไร ไม่บอก)  Grin

ไปเรียนกับคนต่างชาติ สนุกดี หากใครเจ้าชู้หน่อย รับรอง .. ตรึม ... โดยเฉพาะนักเรียน ญ ชาวแม็กซิกัน สวยคม ทรวดทรงบึ้มๆ ทั้งนั้น   Wink Wink

นั่งรถเมล์อยู่เกือบเดือน เข้าเดือนที่ ๓ จึงได้ไปสอบใบขับขี่และซื้อรถ แถมวีซ่าเล็กใกล้จะหมดแล้ว (ได้ ๖ เดือน) คิดลังเลว่า จะเอาอย่างไรดี
จะต่อวีซ่าที่อเมริกาเลย หรือว่าบินกลับมาเคลียร์หลายๆอย่างที่เมืองไทยก่อน แล้วค่อยบินไปอเมริกาอีกครั้ง

ชักติดใจครับ
 Shocked Shocked
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #13 on: October 10, 2010, 07:42:31 PM »

งานแรกที่ทำในอเมริกา ... ๑

ตอนเย็นๆ หลังเลิกเรียน หากไม่มีโปรแกรมที่อื่น ก็จะไม่นั่งที่ร้านแต่งรถของซาร์ ไปพูดคุย เรียนรู้ ทำความรู้จักกับบรรดาเด็กซิ่งทั้งหลาย
ซาร์ถามอยู่บ่อยครั้งว่า แซม ยูมาทำงานกับไอไหม ไอมีงาน carbon fiber ให้ทำ ...

อยากทำงานนะ แต่ลึกๆยังเป็นห่วง ๒ - ๓ เรื่อง
* ผมไม่มี work permit เรื่องนี้ซาร์ ไม่รู้ หรือว่ารู้แต่ทำเป็นไม่สนใจหรือเปล่า ก็อาจเป็นไปได้
* งานคาร์บอนนั้น เทคนิคบางอย่างเขาเก็บเป็นความลับกัน จะมานั่งทำแบบโจ่งแจ้ง คงเป็นไปไม่ได้
* วีซ่าไกล้หมด (วีซ่าเล็กตอนสัมภาษณ์เข้าเมืองที่สนามบิน ไม่ใช่วีซ่าใหญ่ในเล่มพาสปอร์ต)

เลยบอกซาร์ ว่าตอนนี้เรียน ESL อยู่ อีกไม่กี่เดือนก็คงจบ แล้วไอจะมาทำงานกับยู

การไปเที่ยว ไป hang around ที่ร้านซาร์ ได้ความรู้ ได้ประสพการณ์หลายๆอย่าง ร้านซาร์เป็นร้านแต่งรถ รับสั่งอะไหล่ของแต่งรถทั่วอเมริกา
ตอนยุคสมัยนั้น รถยนต์ฮอนด้าเป็นที่นิยมกันในหมู่นักแต่งรถ ทั้ง CRX ซีวิค EG / EK และ INTEGRA DC2 วัยรุ่นอเมริกานิยมเอามาแต่งกันเยอะมากๆ





ผมได้ความรู้ ได้เรียนรู้ ได้ connection จากตรงนั้น
และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจเล็กๆ เกี่ยวกับ Motorsport / Auto parts ที่อเมริกา และที่เมืองไทย ในเวลาต่อมา
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #14 on: October 11, 2010, 08:06:48 AM »

งานแรกที่ทำในอเมริกา ..... ๒

เข้าเดือนที่ ๔ ที่ไปใช้ชีวิตในอเมริกา เที่ยวตะลอนไปเกือบทั่วในจุดสำคัญๆของ california ชอบมากตาม outlet ต่างๆ เสื้อผ้า ของใช้คุณภาพดี ราคาไม่แพง ...
แต่วันธรรมดาหลังเลิกเรียนแล้ว มักจะไปที่ร้านของซาร์

วันนั้น จำได้ตอนเย็นๆ ลูกค้าของซาร์ ขับรถซีวิค EG Coupe มารับของที่สั่งซื้อไว้ เป็นชุดกรองเปลือย ท่ออลูมิเนียมแบบสั้น
ซึ่งท่อกรองเปลือยแบบนั้นในเมืองไทยยังไม่มีขาย (มั๊ง) นั่งดู นั่งฟังเขาคุยกัน สักพักซาร์เรียกไปดูรูปในอินเตอร์เน็ต เป็นรูปชุดท่อกรองเปลือยของซีวิค EG
คล้ายๆกับที่ลูกค้ากำลังถืออยู่ แต่ตรงกลางทำเป็นคาร์บอน ไฟเบอร์กลมป่องกลมๆ ซาร์ถามว่าแซมยูทำคาร์บอน แบบในรูปได้ไหม .. ไม่ยากครับ






รูปข้างบน เป็นงานจริง ที่ผมทำขึ้นมาในตอนนั้น การทำไม่ได้ยุ่งยากอะไร ซาร์เขาซื้อชุดคิตสำเร็จรูป (อันล่างสุด) แล้วมาตัดต่อ
เข้ากับตัวท่อคาร์บอร์ ไฟเบอร์ ท่อนกลาง ที่ผมทำเตรียมไว้

ค่อนข้างฮือฮากันมากในหมู่นักซิ่งที่ไปสิงสถิตย์ที่ร้านซาร์ตอนเย็นๆ .... ผมทำท่อคาร์บอนช่วงกลางวันก่อนเที่ยง ครึ่งวันเช้าทำได้ ๓ - ๔ ท่อน
ตอนบ่ายโมงไปเรียนภาษาอังกฤษต่อ  ค่าแรงตกลงกันที่ $30 ต่อชิ้น ค่าใยคาร์บอน ค่าน้ำยา ซาร์เป็นคนจ่าย

ค่าท่ออลูมิเนียมขนาด ๔ นิ้วที่เอามาทำ Mold และค่าฟิมล์ xxxx พี่แซมจ่ายเอง .. งานคาร์บอนข้างบน หัวใจหลักอยู่ที่ Mold และฟิมล์ xxxx ครับ หากรู้เทคนิค
ทำง่ายนิดเดียว ไม่ยาก

ซาร์เขาให้ผมทำขิ้นมาแบบไม่จำกัดจำนวน มีทั้งคาร์บอนสีดำลาย ๒ แบบธรรมดา และคาร์บอน เคฟล่า สีน้ำเงิน สีแดง สีเหลืองมีหมด ซึ่งในสมัยนั้นคาร์บอน เคฟล่าสีต่างๆ
ไม่มีขายในเมืองไทย ทำได้ประกอบเสร็จเรียบร้อย ซาร์เขาเอาไปฝากขายตาม ร้านแต่งรถต่างๆ ราคาเท่าไหร่ไม่ทราบ ชุดท่อไอดี air intake ข้างบน ที่ผมทำนั้น
ใช้ได้กับซีวิค EG / EK และ INTEGRA DC2 ราคาค่าฝีมือ ได้รับ $30 USD / ชุด ทำครึ่งวันเฉลี่ยได้เงิน +/- $100 USD ในยุดสมัยนั้นค่าเงินบาทเกือบๆ 50 บาท / 1 USD
แบ่งเบาภาระทางบ้านที่เมืองไทย ได้โข

ในสมัยก่อน เวลาที่คนไทยจะส่งเงินจากอเมริกากลับบ้านที่เมืองไทย เขาใช้วิธีการส่งผ่านโพยเถื่อน ซึ่งเป็นคนไทยนี่แหละ เปิดร้านค้า ร้านอาหารบังหน้า
แต่หลังร้าน รับส่งเงินกลับเมืองไทย ตอนแรกๆ ใช้บริการเขาเหมือนกัน แต่เป็นการให้แฟน ส่งเงินจากเมืองไทย ไปให้ผมใช้ที่อเมริกา เสียค่า rate ค่าธรรมเนียม
ค่าส่งหลายบาทอยู่เหมือนกัน  แต่สะดวกกว่าวิธีอื่น

ผมได้ 30 เหรียญต่อชุด ซาร์ได้เท่าไหร่ยังไม่รู้ มารู้เอาตอนเข้าเดือนที่ 5 แล้ว .. รู้จาก EBAY ครับ

ในยุคนั้นอีเบย์เพิ่งเปิดออนไลน์ใหม่ๆ (ออนไลน์ปี 95 ผมไปอเมริกาปี 97) ... เด็กหนุ่มฝรั่งอเมริกันในกลุ่มที่มาซ่องสุมตอนเย็นๆในร้านซาร์นั่นแหละ มาบอกว่า
ซาร์เขาเอางานไปโพสขายบนอีเบย์ กลับอพาร์เม้นท์ พี่แซมลองๆคลำหาดูบน Internet เพราะในสมัยนั้นคงไม่มีคนไทยที่ไหนรู้จักเวปไซต์ ขายของ
ประมูลของชื่อ EBAY หรอกครับ  ผมเองก็เพิ่งได้ยินชื่อ อีเบย์ ครั้งแรก ก็ตอนนั่งคุยกับเด็กหนุ่มฝรั่งคนดังกล่าว

Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #15 on: October 12, 2010, 07:48:16 AM »

เดือนที่ 5.5 กลับเมืองไทยครั้งแรก

หลังจากไปทดลองใช้ชีวิตที่อเมริกา นานกว่า ๕ เดือน ... ดูลู่ทางต่างๆแล้ว คิดว่าสู้ได้ พอไปได้แน่นอน จึงตัดสินใจกลับเมืองไทย
เพื่อเคลียร์ปัญหาคารา คาซังต่างๆ สภาพเศรษฐกิจของเมืองไทยในช่วงปลายปี ๒๕๔๐ เรียกได้ว่า ทุกสิ่ง ทุกอย่างมันแย่มากๆ ด้วยพิษฟองสบู่แตก

ก่อนกลับมาเมืองไทย จัดการวางแผนทางฝั่งอเมริกาไว้เรียบร้อย บอกพี่ใหญ่ว่า จะขอกลับไปเคลียร์ปัญหาที่เมืองไทยสัก ๑ เดือน กลับมาอาจจะไม่ได้พัก
ที่อพาร์ทเมนต์ เพราะติดต่อเช่าห้องพัก(ในบ้าน)ของคนไทยที่เขาแบ่งให้เช่าแถวๆเมือง North Hollywood ใกล้ๆกับร้านของซาร์ไว้แล้ว

ไม่ลืมที่จะสมัครสมาชิกบนเวปไซต์ Ebay ไว้เรียบร้อย เพราะหลังจากทราบว่าซาร์เอางานที่พี่แซมทำไปโพสขายบนนั้น ทำให้เกิดไอเดีย อะไรๆหลายอย่าง
ถึงตอนนี้ อยากจะโม้บอกน้องๆ ที่เข้ามาอ่านเจอไว้ ณ ที่นี้ว่า ผมจัดได้ว่าเป็นคนไทยกลุ่มแรกๆ ที่เป็นสมาชิก มี account ของ Ebay ตั้งแต่ปี 1997 โน่นแล้ว

ก่อนกลับก็ติดต่อเพื่อน ที่เป็นเจ้าของร้านขายกางเกงยีนส์ Levi's ที่ชั้น ๑ ห้างมาบุญครองว่า ต้องการอะไรไหม จะกลับเมืองไทยแล้ว กระเป๋าเดินทางยังว่าอยู่
เพื่อนบอก หา ลีวายส์ Big E ริมแดง มาฝากหน่อย กี่ตัวรับหมด .....

เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน กางเกงยีนส์ลีวาย Big E ริมแดง ในเมืองไทย หายาก และมีราคาแพง มีขายที่ จตุจักร / มาบุญครองเฉลี่ยตัวละ เกือบ ๑๐๐๐๐ บาท
มีเวลาหากางเกงยีนส์ให้เพื่อนอยู่ ๒ อาทิตย์ รู้ว่าโรงงานลีวายส์ตั้งอยู่ที่เมือง San Francisco มีร้านค้าปลีกเยอะแยะมากมายใน แอลเอ ..
อยู่กับแหล่งต้นกำเนิดลีวายส์แท้ๆ จะไปกลัวอะไร ตระเวณหาอยู่ไม่กี่วัน ได้ Big E ริมแดงเกือบ ๓๐ ตัว ขายส่งให้เพื่อนพอได้ค่าตั๋วเครื่องบินสบายๆ

เมื่อทุกอย่างเข้าที่ เข้าทาง จองตั๋ว กำหนดวันเดินทางกลับเรียบร้อย ขับรถ Tercel คู่กายพร้อมเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัวเต็มคันรถ
ไปฝากไว้กับเจ้าของบ้านเช่าที่ใหม่ ที่ไปเช่าทิ้งไว้ ..

กลับเมืองไทยโลด .... รูปล่างถ่ายที่สนามบินแอลเอ แต่จำ วัน เดือน ปี ไม่ได้)


Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #16 on: October 13, 2010, 07:20:42 AM »

ปอเมริกา รอบ 2 (ปลายปี 40)

หลังจากกลับมาอยู่เมืองไทยประมาณ ๑ เดือน ติดสินใจแน่วแน่ว่า จะกลับไปใช้ชีวิต ทำงาน ศึกษา หาความรู้ที่อเมริกาดีกว่า เพราะตลอดเวลา ๕ เดือนกว่าๆ
ที่ไปทดลองอยู่ คิดอยู่เสมอว่า อยู่ได้ ถึงแม้นว่าจะต้องอยู่คนเดียว คงไม่มีปัญหา มาตรฐานชีวิตหลายๆอย่างของคนอเมริกันดีกว่าเมืองไทยมากมายนัก
กฏ ระเบียบ วินัย ต่างๆ มันโอเค บอกแฟนว่าอดทนเอาหน่อย จะทำงานหาเงินมาใช้หนี้เขาเอง

ไปอเมริการอบ ๒ ไปเช่าห้องแบ่งให้เช่า (ในบ้านหลังใหญ่) ในเมือง North Hollywood ใกล้ๆกับร้านแต่งรถของซาร์ ทำเรื่องขอติดตั้งโทรศัพท์
เป็นชื่อของพี่แซมโดยตรงเพื่อติดตั้งระบบ Internet เป้าหมายก็คือธุรกิจการค้าบนเวปไซต์ Ebay นั่นแหละ

ที่มั่นใจแบบนี้เพราะว่า เคยขับรถหลงเข้าไปทางตอนเหนือของเมือง Noth Hollywood แล้วไปเจอ Junk yard ที่ขายอะไหล่รถยนต์มือ ๒ แบบถูกๆ เยอะแยะ
มากมายบนถนน Glenoaks Blvd เคยเข้าไปคุย สอบถามราคาอะไหล่มือ ๒ ที่ถอดจากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ สภาพปิ๊งๆ ราคาไม่แพงเลย ...
มารู้ตอนหลัง junk yard แถวๆนั้น จะเป็นที่รู้จักกันดี ในหมู่อู่ซ่อมรถต่างๆ แต่บุคคลทั่วไปคงไม่ค่อยคุ้นหู คุ้นตา เพราะอยู่ชานเมือง ห่างไกลย่านชุมชน

รถยนต์ในอเมริกา หากเกิดอุบัติเหตุเสียหายพอสมควร ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะตีเป็น total lost แล้วส่งเข้า junk yard ตามตัวอย่าง ที่เห็นนี่แหละครับ


รูปล่างเป็นรถฮอนด้า แอคคอร์ด ปี 08 .. ชนแค่นี้แหละ ส่งเข้าจั๊งแล้ว











พอเข้าจั๊ง เขาจะถอดอะไหล่ แยกขายเป็นชิ้นๆ ... ผมจะสนิทกับเจ้าของจั๊งรถ Honda / Acura บนถนน Glenoaks อยู่เจ้าหนึ่ง เขาชื่อ Peter

ปีเตอร์ เป็นแขกขาว ชาวอาร์เมเนียน ที่อพยพไปอยู่ที่อเมริกา ตอนประเทศเขาเกิดสงคราม แรกๆก็รู้จักกันแบบ ผู้ซื้อ(ตัวผม) กับคนขาย(ปีเตอร์)
แต่นานไป ผมสามารถ เข้านอก ออกใน เดินเข้าไปเลือกซื้ออะไหล่รถยนต์ ตามที่ต้องการ ได้แทบทุกซอก ทุกมุมของจั๊ง (ทุกวันนี้จั๊งของปีเตอร์ ก็ยังอยู่ครับ)


ซื้อขายอย่างไร เดี๋ยวมีต่อครับ...  Wink
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #17 on: October 14, 2010, 08:34:44 AM »

ไปอเมริกา รอบ ๒ ปลายปี ๔๐ ... การไปอเมริการอบนี้ค่อนข้างเชี่ยวชาญ ชำนาญพื้นที่แล้ว .... ลงจากเครื่องการบินไทยที่สนามบินแอลเอ จับรถ shuttle bus
Van Nuys Flyaway ที่วิ่งระหว่างสนามบินแอลเอ ไปลงที่สนามบิน Van Nuys แล้วโบกแท็กซี่ ไปยังที่พักที่เช่าจอดรถทิ้งไว้ที่เมือง North Hollywood

ถึงห้องพักเก็บข้าวเก็บของเรียบร้อย ฝืนสังขารขับรถไปหาซาร์ที่ร้าน ไปถึงก็มีงานให้ทำเลย คือซาร์เขารับงานไว้เป็นแผ่นคาร์บอน ไฟเบอร์ แบบเรียบๆหนาประมาณ ๓ มม.
นัยว่าเอาไปติดใต้กันชนหน้า ตอนแรกก็งงๆ ว่าจะเอาไปติดอย่างไร นึกภาพไม่ออก พอซารืเอารูปต้นแบบให้ดู ก็ อ๋อ เข้าใจแล้ว ... (น้องๆ ดูรูปช้างล่างนะครับ - เป็นรูปแทน)




ซาร์เขารับงานมา ลักษณะเหมือนกับรูปข้างบนนั่นแหละ (แต่ไม่ใช่รถรุ่นนี้) ศัพท์ทางอเมริกาเขาเรียก front wind splitter ตัวนี้
จะมีคุณสมบัติช่วยเรื่องการสร้างแรงกด ด้านหน้ารถ ช่วยเรื่องการทรงตัวของรถ ในยุคสมัยนั้นฮิตกันมากที่อเมริกา และหากจะให้เจ๋งจริงๆ ต้องทำจากคาร์บอน ไฟเบอร์เท่านั้น

การทำไม่ยุ่งยาก .. บอกซาร์เขาว่างานนี้ ยูซื้อกระจกแผ่นเรียบหนาสัก ๑๐ มม. ขนาด ก x ข มาให้ไอแล้วกัน ... (หากใครเป็นช่างไฟเบอร์ คงทราบน่ะว่ามันหมายถึงอะไร)  

ทำกันเพลินเลยงวดนี้ ออเดอร์งวดแรก 50 ชุด ผมคิดค่าแรง $50 USD / ชุด ... วันหนึ่งทำได้ ๓ ชุด ตามจำนวนกระจกที่ซาร์ซื้อมาให้เป็นแบบ ..
เรื่องเรียนภาษาอังกฤษ ต้องเลิกโดยปริยาย
.
.
ชีวิตประจำวัน เปลี่ยนไปแบบสบายๆ อาหาร การกิน เน้นไปทาง junk food ทั้ง Mcdonalds / in & out / subway / kfc แล้วแต่จังหวะสะดวก ...
รสชาดพอไปได้ ค่อยๆปรับ สักพักมันก็อร่อยไปเองตามแบบฉบับของฝรั่ง ที่สำคัญอาหารแบบนี้ราคาถูกกว่าอาหารไทยเยอะ

ทำงานคาร์บอนวันละไม่กี่ชั่วโมง ช่วงเวลารอให้น้ำยาเซ็ตตัว ก็ขับรถไปที่จั๊งค์ของปีเตอร์ ไปดูรถเข้าจั๊งค์ครับ




รูปบน เป็น Junk Yard ตัวเป็นๆของจริง ของปีเตอร์
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #18 on: October 15, 2010, 07:11:54 AM »

วันหนึ่งไปเตร่ๆ ที่จั๊งค์ของปีเตอร์ เจอรถ Integra DC2 คันหนึ่งเข้ามาที่จั๊งค์ใหม่ๆ ยังไม่ได้ถอดชิ้นส่วน
ขออนุญาตปีเตอร์เขา ถ่ายรูปรถมุมต่างๆเก็บไว้ ถามปีเตอร์เขาว่า หากไอจะขอซื้อกระจกมองข้างทั้งซ้ายและขวา ยูคิดไอเท่าไหร่
เขาบอกว่าขอ $100 USD (ข้างละ $50) .... OK ! I take it


รูปแทน    Wink



เอากระจกมองข้าง (ไฟฟ้า) ของ DC2 กลับที่พัก ทำความสะอาดจนดูดี จัดการถ่ายรูปมุมต่างๆ แล้วเอาไปโพสขายบนเวปอีเบย์
โดยโพสแยก ๒ รายการข้างซ้ายและข้างขวา ตั้งราคาขายไว้ที่ $100 shipped คือข้างละ ๑๐๐ เหรียญ พร้อมส่งให้ฟรี ในเขต ๔๘ รัฐ

โพสขายกระจก ๒ ชิ้น แถมด้วยการโพสรูปรถ DC2 คันนั้น แถมขึ้นไปอีก ๒ รูป พร้อมบรรยายเบ็ดเสร็จว่า หากใครต้องการอะไหล่รถคันนี้
แจ้งให้ไอทราบได้ จะโพสอะไหล่ชิ้นนั้นขายบนอีเบย์ให้ยูได้เลือกซื้อ ทำนองว่า Tell me what parts u need and i will make it Buy it Now add for you
.
.
ได้ผลครับ ได้ออเดอร์ ไฟหน้า / ไฟท้าย มาอีก ๔ ชิ้น

ในตอนนั้น ปีเตอร์ยังไม่ค่อยเก่งด้านคอมพิวเตอร์ หรือ การค้าประเภท Ecommerce / Online marketplace ... พอสมาชิกบนเวปอีเบย์
ส่งข้อความสอบถามราคาอะไหล่ ก็ขับรถบึ่งไปหาปีเตอร์ ถามหาราคาอะไหล่นั้นๆ พอได้ราคาก็เอามา + - x หาร จะเอากำไรเท่าไหร่ ก้แจ้งลูกค้าไป
พูดง่ายๆ จับเสือมือเปล่า ดีๆนี่เอง

ขายดีมากๆ จนต้องขยายกิจการ โพสขายมันทุกยี่ห้อที่จั๊งค์ย่านนั้น มีอะไหล่ โดยใช้ปีเตอร์นี่แหละเป็นใบเบิกทาง .. ภายในไม่กี่เดือน Ebay Account
มี Possitive feedback หลานร้อย Feedback มีเงินส่งไปใช้หนี้ที่กลับเมืองไทยเดือนละ 1,200 - 1,500 USD ทุกเดือน

บ้านที่ผมแบ่งเช่า เมือง North Hollywood อยู่ไม่ห่างไกล ไปจากจั๊งของปีเตอร์สักเท่าไหร่
เคยถ่ายรูปโพสทำรีวิว การเยี่ยมชม Junk Yard ในอเมริกาลงในเวปไซต์แห่งหนึ่งนานมาแล้ว เจอคำแซวแบบกวนๆเลยเลิก




รูปถ่ายปัจจุบันบ้านของคนไทยที่ผมขอเช่าเขา เมื่อ 10 กว่าปีก่อน
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #19 on: October 15, 2010, 10:29:14 AM »

๓๐๐๐๐ เหรียญ กับการได้มาซึ่งใบเขียว

อยู่อเมริกา หากจะให้อยู่แบบสบาย ไร้ปัญหา ก็ต้องมีใบเขียว การจะมีใบเขียวได้ต้องด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ซึ่งวิธีการที่ง่าย (แต่ต้องใช้เงิน) ที่ดีที่สุด
คือ "ซื้อใบเขียว" ซื้อโดยการจ้าง อเมริกัน ซิติเซน แต่งงานกับเรา ในยุคสมัยของผม อัตราค่าจ้างอยู่ที่ ๒๕๐๐๐ - ๓๐๐๐๐ เหรียญ แล้วแต่คุณสมบัติ
ของฝ่ายตรงกันข้ามกับเรา แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ แล้วแต่ข้อตกลง มีลุ้น มีเสียวตลอด หากหลักฐานไม่แน่น โดนส่งตัวกลับแน่นอน

คงไม่เขียนอะไรมากมาย เพราะหมิ่นเหม่ต่อข้อกฏหมายของอเมริกา ... เอาเป็นว่าหากใครอยากทราบตรงนี้ ติดต่อส่วนตัวครับ
.
.
.
คนไทยส่วนใหญ่ในอเมริกา ทำงานเป็นลูกจ้างเขา ทั้งงานลูกจ้างร้านอาหารไทยที่กำลังเริ่มบูมในยุคนั้น และเป็นลูกจ้างฝรั่งตามสถานที่ประกอบการต่างๆ
ทุกอย่างผมเอามานั่งวิเคราะหืเปรียบเทียบกันตลอด ...

ทำงานร้านอาหารไทยเหนื่อยสุดๆ อัตราค่าจ้างจ่ายสดใต้โต๊ะ ได้แค่ครึ่งหนึ่งที่กฎหมายกำหนด ชั่วโมงเวลาในการทำงานยาวนาน ๑๑ - ๑๒ ชั่วโมง
แต่มีข้อดีคือ เป็นงานที่ใช้ทักษะ ความรู้ ความสามารถแบบพื้นๆ ไม่ต้องวิเศษวิโส อะไรมากมาย รายได้ทั้งวันเฉลี่ยรวมทิป +/- ๑๐๐ เหรียญ แล้วแต่หน้าที่
ถามว่าผมเคยทำงานร้านอาหารไทยไหม ... เคยทำครับ แต่ลักษณะ part time และเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นี่แหละ (จะเล่าให้ฟังทีหลัง)

ทำงานกับฝรั่ง ยากครับ โดยเฉพาะงานนั่งในออฟฟิส ยากมากๆ ค่าจ้าง หักโน่น หักนี่ เหลือวันหนึ่งไม่ถึง ๑๐๐ เหรียญ

ทั้ง ๒ อย่าง ผมขอบายละครับ บวก ลบ คูณ หารแล้ว สู้งานอิสระรับ job ทำงานกับตาซาร์และขายของบนอีเบย์ไม่ได้หรอก มีอิสระและเวลาว่าง
ที่จะศึกษาหาความรู้ได้อีกเยอะแยะ ... วันไหนเซ็งๆ ไม่มีอะไรทำก็ขึ้นโชว์รูม ดูรถใหม่ๆ หรือไม่ก็ไปขลุกตามมุมหนังสือ มุมนิตยสารต่างๆในห้างสรรพสินค้า ตามเรื่อง ตามราว


Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #20 on: October 15, 2010, 10:32:16 AM »

ผมยังติดค้างเรื่อง การทำงานในร้านอาหารไทย ที่อเมริกาครับ

บุคคลที่ชักนำให้ผมเข้าทำงานในร้านอาหารไทย ก็คือ พี่ใหญ่ คนที่ไปแชร์ที่พักด้วย ตอนไปอเมริกาหนแรก ... วันเสาร์ วันอาทิตย์ พี่ใหญ่จะไปทำงานงานพิเศษ ในร้านอาหารไทย ที่เมือง santa monica เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของ แคลิฟอร์เนีย

ตำแหน่งที่แกทำ เป็น Driver / Delivery ครับ คือรับโทรศัพท์สั่งซื้ออาหารจากฝรั่ง แล้วเอาไปส่งตามที่อยู่ ที่ลูกค้าให้มา เป็นงานอิสระ รายได้ดีมากงานหนึ่งในอเมริกา ดีพอๆกับพนักงานเสริฟ - waittress / waitter อะไรประมาณนั้น เพราะพื้นที่แถวชายฝั่งเมืองท่องเที่ยว จะเป็นฝรั่งมีระดับ ทิปครั้งละ $5 เหรียญขึ้นไปทั้งนั้น

ฝึกงานครั้งแรกกับพี่ใหญ่ ก็ตอนที่พักอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นยังไม่ได้ทำงานอะไร เพราะภาษาไม่แข็งแรง พี่ใหญ่แกพาไปที่แกทำงานด้วย จำได้ว่าเป็นกะเย็น วันเสาร์ ก็ไปยืนดูวิธีการทำงานของแก ดูวิธีการ take order รับโทรศัพท์ ทุกอย่างภาษาอังกฤษล้วนๆ พูดกันน้ำไหลไฟดับ ประเภทงูๆ ปลาๆ อย่างผม (ณ เวลานั้น) หมดสิทธิ์ครับ

ทุกอย่างต้องเป๊ะ การจดรายการอาหาร การจดชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับของลูกค้า จะต้องไม่ผิดพลาด เพราะทุกอย่างคนที่รับโทรศัพท์ จะต้องรับผิดชอบ พอ พ่อครัว แม่ครัวปรุงอาหารเสร็จ ก็เป้นหน้าที่ของ Driver หละครับ ที่จะต้องเอาอาหารไปส่งให้กับลูกค้า ใกล้ ไกลแค่ไหน ก็ต้องไป เพราะรับออเดอร์มาแล้ว

พี่ใหญ่แกจะให้ผมติดรถไปด้วย เป็นการเรียนรู้ภาคสนาม จะต้องแม่นเรื่องแผนที่ จะต้องรู้ว่า บ้านเลขที่นี้ ถนนนั้น มันอยู่ตรงไหน และทำอย่างไรจะไปถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุด ความเร็ว ความไว มีผลต่อเรื่องทิป ....



พอถึงที่หมาย พี่ใหญ่แกบอกให้ผม นั่งเฝ้า นั่งรออยู่ในรถนั่นแหละ ไม่มีโอกาสเข้าไปในที่พักของลูกค้า

ถามว่ายากไหม .... หากเก่งเรื่องภาษาอังกฤษ ตอบได้เลยว่าไม่ยาก ที่ยากคือตอนนั้นผมยังคุยกับฝรั่งไม่ค่อยรู้เรื่อง  :Cheesy

ต้องเรียนรู้อีกเป็นปี กว่าจะได้เป็นตัวจริงงานตำแหน่งนี้


มีต่อ...
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #21 on: October 15, 2010, 10:33:40 AM »

ต่อครับ ...

ช่วงแรกที่ไปอยู่อเมริกา จำเป็นจะต้องเดินทางกลับเมืองไทย อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง
พี่ใหญ่จะถามอยู่เสมอว่า วันไหนว่างๆ ไปทำงานแทนเขาหน่อย เข้าปีที่ ๓ จึงกล้ารับปาก ..
ผมจึงได้ทำงานในร้านอาหารไทย ตำแหน่ง Delivery ครับ เป็นงานเสริม

อยู่อเมริกาเข้าปีที่ ๓ ภาษาอังกฤษเริ่มแข็งแรงแล้ว ไปทำงานแทนพี่ใหญ่ กะวันเสาร์ครึ่งวัน เริ่มงาน 16.30 น. - 22.00 น.
รับค่าแรงครึ่งวัน $20 USD (หากทำเต็มวันได้ $40 USD) ค่าแรงที่ได้ ถูกมาก ถูกมากมาย ตามสไตล์ เจ้าของร้านอาหารไทยในอเมริกา
(ที่มักจะเอาเปรียบกดขี่แรงงานไทยด้วยกัน)

ผมไม่ได้แคร์เรื่องค่าแรงที่ได้รับ (เขาเรียกว่ารับเงินสดใต้โต๊ะ) เพราะช่วงนั้นมีรายได้จากการค้าขายอะไหล่รถยนต์มือ ๒
บนอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว งานที่ทำกับตาซาร์ ก็มีบ้างประปราย ตลาด อุปกรณ์อะไหล่ของแต่งรถที่ใช้รูปแบบคาร์บอน ไฟเบอร์
จะแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ งานชิ้นเล็กๆ รับทำเหมือนเดิม แต่หากเป็นชิ้นใหญ่ ที่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมพวก vacuum bag ไม่รับ
ภาษาอังกฤษเริ่มคล่อง อยู่ตัวคนเดียว ว่างก็ขับรถเที่ยว (เดี๋ยววันหลังจะเขียนเล่าให้ฟัง .. ไปไหนมาบ้าง)

อย่างที่บอกตอนที่แล้ว อาชีพ Delivery รายได้จะดีหรือไม่อยู่ที่ค่าทิปในแต่ละเที่ยวที่เอาอาหารไปส่งให้ลูกค้า
แอเรียที่ทำงานเมือง Santa Monica จัดอยู่ในระดับเกรด A+ เป็นเมืองท่องเที่ยวติดชายทะเล ที่บรรดา Delivery คนไทยทั้งหลาย
ใฝ่ฝันกัน ทุกครั้งที่ปิดบัญชีเวลาเลิกงาน ผมจะมีเงินกลับบ้านร่วมๆ $100 USD ทุกวัน แค่ครึ่งวันนะครับในยุคนั้น 100 x 48 = 4,800 บาท
ทำงานครึ่งวันผมได้ 4,800 บาท รายได้ดีอย่างนี้นี่เองที่ทำให้พี่ใหญ่แกไม่ปล่อยให้งานนี้หลุดมือแก แกไปทำงานไม่ได้ แกจะโทรให้ผมไปทำแทนตลอด
เจ้าของร้านที่ไปทำก็นิสัยดี (เป็นเพื่อนพี่ใหญ่นั่นแหละ) แกบอกอยู่คำเดียว หากงานไม่เสียหาย เชิญตามสบายเลยน้อง ..



ทำงานรอบเย็น ได้ทำบ้าง ไม่ได้ทำบ้างไม่ซีเรียส เพราะแล้วแต่จังหวะที่พี่ใหญ่จะร้องขอ ... เสาร์ - อาทิตย์ตัวผมจะกึ่งๆ stand by อยู่ที่บ้าน
แบบ on-call ตามศัพท์ที่ฝรั่งเรียกกัน แต่ส่วนใหญ่พอถึงเย็นวันศุกร์ พี่ใหญ่จะเป็นฝ่ายโทรมาบอกว่า พรุ่งนี้เสาร์รอบเย็นไปวิ่ง togo
แทนพี่หน่อยน่ะ อะไรทำนองนี้

ทำงานกับร้านอาหารไทยนี่ดีอยู่อย่างหนึ่ง คือได้ทานอาหารไทยฟรี ตรงนี้ชอบครับ .. เพราะวันธรรมดา ได้แต่ทาน Mcdonalds
junk fast food อะไรทำนองนั้น เหตุผลที่ไม่ค่อยได้ทานอาหารไทย คือ มันราคาแพง .... ผัดไทยไก่จานละ $7-8 USD + Coke + Tip
ก็เกิน $10 USD แล้วครับ .. สมัยนั้นเกือบๆ 50 บาท / 1 USD

ผัดไทยที่อเมริกา ตีเป็นเงินไทย จานละเท่าไหร่ ลองคำนวณดู
  Tongue
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #22 on: October 15, 2010, 10:35:24 AM »

จดทะเบียน ตั้งบริษัทในอเมริกา

รูปล่าง เป็นรูปถ่าย หนังสือรับรองการจัดตั้งบริษัทฯของผมที่อเมริกา เป็น ๑ ใน ๒ บริษัท ที่ผมมีหุ้นส่วนอยู่ด้วย หนังสือฉบับบนี้ออกโดย
CITY OF LOS ANGELES ตามรายละเอียดที่เห็น เป็นบริษัทแรกที่ผมเปิดเมื่อ ปี ๒๕๔๓ เส้นเชือกที่บังไว้นั้น มีชื่อจริงของผมเองอยู่ลำดับสุดท้าย
เป็นรูปที่ถ่ายจากเอกสารต้นฉบับ ตัวจริงที่เก็บไว้ในเมืองไทย (เพิ่งค้นเจอ)




หากน้องๆ ได้มีโอกาสไปที่อเมริกา เอกสารเหล่านี้สามารถพบเห็นได้ตาม บริษัท ห้างร้านต่างๆ ง่ายๆก็ลองไปดูที่ฝาผนังตามร้านอาหารไทยก็ได้

บริษัทแรก เปิดได้ ๒ - ๓ ปี ก็ปิดตัวลง ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง เป็นต้นว่าผมเองต้องบินกลับเมืองไทยบ่อยๆ ไม่มีเวลาดูแลกัน และเปิดบริษัทใหม่ร่วมหุ้นกับเพื่อนๆชาวอเมริกัน ในเวลาต่อมาอีก ๑ บริษัท จนกระทั่งเจอภาวะเศรษฐกิจ ฟองสบู่อเมริกันแตกเมื่อปี ๒๕๕๐ / ๒๕๕๑ ผมเองก็ถอนตัว ถอนหุ้น แล้วบินกลับเมืองไทยแบบถาวร ทิ้งไว้ซึ่งความประทับใจ ในทุกๆอย่างอยู่ที่อเมริกา

อเมริกาให้อะไรกับผมหลายๆอย่าง ให้ความรู้ ให้การศึกษา ให้ประสพการณ์ชีวิตที่ไม่สามารถประเมินตัวเลขเป็นทรัพย์สิน เงินทองได้ หรือมีเงินก้ไม่อาจหาซื้อแบบนี้ได้

หากน้องๆอยากจะเดินตามรอยผม ก็สามารถทำได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำตามความรู้ความสามารถที่มี แต่ สถานการณ์ ณ วันนี้ บอกได้เลยว่า หากคิดจะไปขุดทองทำงานหาเงินที่อเมริกา อาจจะลำบากไปสักนิด เพราะค่าเงินมันแตกต่างกับยุคสมัยของผมมากมายนัก คือได้เงินดอลล่าร์เท่ากัน แต่แปลงเป็นเงินบาท ไม่เท่ากัน

กลับมาอยู่เมืองไทย ด้วย pocket money ติดกระเป๋ามาด้วยระดับหนึ่ง นั่งคำนวณเล่นๆ ชีวิตนี้ไม่ต้องทำงานอะไรเลยอยู่เฉยๆได้อีกประมาณ ๑๐ ปี แต่นั่นหมายถึง ต้อง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ฟู่ฟ้านะครับ ... ในโลกนี้ ไม่มีอะไร ที่จีรังและยั่งยืน ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ดีที่สุด
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #23 on: October 15, 2010, 11:22:22 AM »

เปิดร้านขายของแต่งรถในอเมริกา

ในช่วงปี 2545 เป็นต้นมา เป็นยุคทองของคนไทยในอเมริกาที่คิดจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง เพราะช่วงเวลานั้น อาหารไทย เป็นที่โด่งดัง นิยมทานกันมากในอเมริกา
นสพ. LA TIMES ยังเคยเขียนเปรียบเปรยไว้ว่า ไปทางไหน ทุกบล็อคของถนนมีแต่ป้าย THAI FOOD ... เคยคิดลงหุ้นกับคนไทยที่รู้จักกัน ทำร้านอาหารไทย ก็หลายครั้ง
แต่มีอันแคล้วคลาด ไม่สำเร็จตั้งแต่เริ่มคิด ทุกวันนี้มานั่งคิดย้อนหลัง เราคงไม่มีโชค ไม่มีดวงกับธุรกิจแบบนั้นมากกว่า (เดี๋ยวจะเอาชีวิตเพื่อน ที่รู้จักกัน ในอเมริกา
แล้วเขาเปิดร้านอาหารไทย จนประสพความสำเร็จในระดับหนึ่ง มาเขียนเล่าให้ฟังครับ - เรื่องดวง เรื่องโชคชะตานี่แหละ)

ในบรรดากลุ่มเพื่อนๆฝรั่งอเมริกัน ที่รู้จักตั้งแต่ตอนเริ่มไปอเมริกาใหม่ๆ นั้น มีอยู่ ๒ คน คือ Chris และ Jose ที่ยังคบหากันอยู่ และมีใจรัก ฝักใฝ่เรื่องการทำธุรกิจ
เปิดร้านขายของแต่งรถเหมือนๆกัน เวลามีงานโชว์รถที่ไหน เรามักจะไปด้วยกัน รถคันเดียวกัน เคยตระเวณขับรถไปเยี่ยมชมร้านขายของแต่งรถต่างๆก็หลายที่ ไปดูรูปแบบ
ดูตัวอย่างสินค้าที่ร้านต่างๆเอามาขาย กลับมานั่งคิดไป คิดมา สรุปแล้วไม่ยาก ลงทุนน้อย ไม่ค่อยเสี่ยงเท่าไหร่

ลงขันคนละ $5,000 USD (ประมาณ 225,000 บาทไทยในตอนนั้น) รวมกัน 3 คน 15,000 เหรียญ ในปี 2002 (หรือปี 2545 ไทย) ....
เช่าพื้นที่เป็นห้องแถวเล็กๆ ขนาด 5 x 10 ม. บนถนน Branford เมือง Panorama City รัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดร้านขายของแต่งรถในรูปแบบ USDM
และ JDM ตามกระแส หากใครเคยไปบ้านผมที่บางบัวทอง ก็จะเห็นอะไหล่เก่าเชียงกง วางเต็มอยู่ในตู้ นั่นแหละครับผมให้แฟน
ซื้อส่งไปให้ผมขายในร้านที่อเมริกา


Chris เป็นฝรั่งอเมริกันแท้ๆ ส่วน Jose (อ่านว่า โฮเซ่) เป็นอเมริกันเชื้อสาย แม็กซิกัน ... ทั้ง ๒ คน อายุจะน้อยกว่าผมหลายปี เวลาลูกค้าโทรมาส่วนใหญ่คริสจะเป็นผู้รับสาย
โฮเซ่จะทำหน้าที่เทคแคร์ลูกค้าประเภท walk in ผมเองเป็นตัวประกอบทำหน้าที่เฝ้าเคาน์เตอร์ คอยเปิดแคตตาล็อกให้ลูกค้า
 Tongue



จริงๆแล้วผมถ่ายรูปแบบตัวอย่างข้างบนเยอะแยะเต็มไปหมด ไว้มีโอกาสจะเอามาลงให้ดู
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #24 on: October 17, 2010, 07:49:39 AM »

การเปิดร้าน จดทะเบียนตั้งบริษัทค้าขายต่างๆ ในอเมริกา ไม่ใช่เรื่องใหญ่นะครับ  เป็นเรื่องปกติ ที่ใครๆก็สามารถทำได้
หลักฐานก็แค่บัตรประชาชน / ใบ SSN 

หลักฐานพร้อม ก็เดินขึ้นอำเภอ (City) กรอกข้อความในแบบฟอร์ม บอกเขาว่าจะทำธุรกิจแบบไหน (ดูรูปถ่ายบริษัทที่ถ่ายให้ดูข้างบน)
แล้วจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าประมาณ ๑๐๐ กว่าเหรียญ ... เบ็ดเสร็จใช้เวลาประมาณไม่เกิน ๒๐ นาที

เมื่อได้ License ทำการค้า / ได้สถานที่ทำหน้าร้าน อยากจะขายอะไร ก็ติดต่อไปที่บริษัทนั้นๆ เขาก็จะให้ข้อมูล หลักการ การเป็นตัวแทนจำหน่าย สินค้า

การขายของแต่งรถในอเมริกา ส่วนใหญ่จะขายกันทางหน้าแคตตาล็อก คือลูกค้าเดินเข้ามา เปิดแคตตาล็อกให้ดู เลือกเอา แบบไหน อย่างไร .... ตกลงราคา
จ่ายเงินเสร็จ อีก ๓ วันมารับของ หากจะให้ทางร้านติดตั้งให้ ก็มีร้านแบบ Mechanic Shop ที่รู้จัก มี connection เยอะแยะ รูปแบบเหมือนกับที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้
ที่อเมริกา เขาจะไม่ตุนสินค้ากันครับ สั่งตัวอย่างเล็กๆน้อยๆมาโชว์พอเป็นพิธีที่หน้าร้านเท่านั้น

ร้าน(เล็กๆ) ของผมที่ร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ ส่วนใหญ่ขายของแต่งรถเน้นไปทาง Performance ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นรถยี่ปุ่น ยอดขายแต่ละเดือน หักแบ่งกันแล้ว
ก็พออยู่ได้ ไม่ถึงกับฟู่ฟ่า แต่ก้ดีกว่าอยู่เปล่าๆ ..... จุด peak ก็ตอนที่ผมบินกลับเมืองไทยเอาของมือ ๒ จากเชียงกงบ้านเราไปลงในร้านนี่แหละ


Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #25 on: October 18, 2010, 07:37:13 AM »

เมื่อวานวันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม ได้มีโอกาสไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพของ"ผู้มีพระคุณ" รุ่นพี่คนหนึ่งที่ จ. สิงห์บุรี

พี่ชายคนนี้ รู้จักกันตอนที่อยู่อเมริกา รู้จักกันตอนที่ผมขับรถเข้าไปที่วัดไทยลอส เองเจลีส ในวันที่เหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกปี 2540
รู้จักกัน พร้อมๆพี่คนไทยอีกหลายๆคน ที่อยู่ในกลุ่น บริเวณแผงพระวัดไทยลอส เองเจลีส ตามที่เล่าให้ฟังตอนต้น

ก็ถือว่าพี่แกเป็นคนดีมีน้ำใจมากๆ คนหนึ่งของสังคมไทยในแอลเอ เพราะในตอนบ่ายๆวันเสาร์ วันที่ผม บอกกับหลายๆคน ณ ม้านั่งใต้ต้นไม้
ในวัดไทยฯ ว่าต้องการหาที่พักแบบถาวร (ตอนนั้นเช่าโรงแรมนอนคืนละ $75) .... พี่ชายคนนี้แกบอกว่า น้อง คืนนี้พักบ้านพี่ก็ได้ ไม่ต้องกลับโรงแรมหรอก

รู้สึกอึ้ง ในความมีน้ำใจของแก ... ตอนนั้นเตรียมซื้ออาหารการกินแบบไทยๆไว้หลายอย่างในรถ เพราะกว่าจะได้ย้ายเข้าอพาร์ตเมนท์ก็วันจันทร์ ตามที่พี่ใหญ่ตกลงไว้
ใจหนึ่งก็รู้สึกเกรงใจพี่เขา แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจ ดีใจที่ว่าอย่างน้อยเราก็เริ่มรู้จักคนไทยในอเมริกา ที่มีน้ำใจเช่นพี่คนนี้ .. เลยขับรถตามหลังไปที่บ้านแก
เมือง North Hollywood ไม่ไกลจากวัดไทยฯ เท่าไหร่

ผมกลับมาอยู่เมืองไทยแบบถาวรปี 2552 .... พี่ชายท่านนี้กลับมาอยู่เมืองไทยแบบถาวรเมื่อปี 2553 นี่เอง แกก็รีไทร์หน้าที่การงานเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ
ประกอบกับทำงานเสียภาษีที่อเมริกานานเกิน ๓๐ ปีแล้ว .. หากลาออกกินยังชีพคนแก่อเมริกันก็คง หลาย 10,000 บาท / เดือน เลยตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทย

กลับมาเมืองไทยโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งที่ปอด กว่าจะทราบก็สายไปแล้ว พี่แกเสียชีวิต จากไปอย่างสงบบนแผ่นดินเกิดจังหวัดสิงห์บุรี
.
.

น้องแซมคนนี้ คนที่พี่เคยช่วยเหลือ หยิบยื่นน้ำใจ ให้ที่พัก ให้ที่นอน วันที่ผมเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรก อย่างโดดเดี่ยว ... ขอไว้อาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของพี่ทวี พี่ชายที่แสนดี มา ณ ตรงนี้ด้วยครับ
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #26 on: October 20, 2010, 07:39:59 AM »

ตอนอยู่เมืองไทย ค่อนข้างห่างไกลกับวัดวา พอไปอยู่อเมริกา  กลับใกล้ชิด
พี่ทวี ครับเป็นคนชักนำ ... เสาร์-อาทิตย์ หรือวันสำคัญทางพุทธศาสนา แกมักจะไปช่วยเหลือทางวัด ช่วยทำกิจจกรรมต่างๆ และแกมักจะชวนผมทุกครั้ง

รูปที่เอามาให้ดู ประมาณปี ๒๕๔๑ / ๒๕๔๒ .... พี่ทวีโทร มาปลุกแต่เช้า บอกว่า น้องแซม วันนี้ที่วัดไทย North Hollywood มีงานน่ะ หากว่างเจอกัน

พี่ทวีแต่งตัวเป็นชูชกนุ่งขาว ห่มขาว เดินนำหน้า จูงเด็กชาย หญิง ที่แต่งเป็นกัณหา ชาลี ตามนิทานชาดกเรื่องพระเวชสันดร ... ผมเดินอยู่ข้างหน้า (เป็นคนถ่ายรูปนี้)คอยบอกกล่าวเรื่องราว พร้อมทั้งเชิญชวนญาติมิตร ทั้งหลาย บริจาคเงินตามจิตศรัทธา เพื่อนำไปบำรุงพระพุทธศาสนา (วัดไทย ลอส เองเจลีส นั่นแหละ)

พล็อตของเรื่อง ณ วันนั้น ไม่ทราบว่าพี่ทวีหรือใครเป็นคนคิด .. ถือว่าโอเคตามยุคสมัยนั้น อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่า วัด เป็นแหล่งพึ่งพิง ของคนไทยไกลบ้านทุกคน

ตัวผมเองก็คิดไม่ผิดครับ ที่เหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรก พอตั้งหลักได้ ก็ตรงดิ่งไปที่วัดไทย ลอส เองเจลีสเลย






เดินไปทางไหน ก็จะมีพี่ๆกลองยาว ตามหลังไปด้วย เสียงสนั่นลั่นวัด ฝรั่งที่นั่งทานอาหารไทยอยู่ในนั้น มองตาค้างเลย เพราะไม่เคยเจอ อะไรแบบนี้

เดินรอบโบสถ์ เดินรอบๆบริเวณวัด ประมาณสัก ๑ ชั่วโมง ได้เงินมา หลาย ๑๐๐๐ เหรียญเหมือนกัน อิ่มบุญไปหลายวันเลย


หมายเหตุ ..
ขออนุญาต พี่ๆ ที่ปรากฏตัวอยู่ในรูปด้วยน่ะครับ โดยเฉพาะพี่ทองพูน ชุดม่อฮ่อม สีน้ำเงิน ที่ตีกลองยาวในวันนั้น
(หากใครไปวัดไทย ลอส เองเจลีส เสาร์ - อาทิตย์ ก็จะเจอพี่ทองพูน แกแต่งเครื่องแบบเต็มยศ พกปืน ๑๑ มม. เดินไป เดินมา ในบริเวณวัดไทยฯ นั่นแหละพี่แกหล่ะ)
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #27 on: November 01, 2010, 07:20:40 AM »

ขายอะไหล่เชียงกงยี่ปุ่น ในอเมริกา

ในยุคที่เปิดร้านใหม่ๆ ปี ๒๕๔๕ / ๒๕๔๖ ช่วงเวลานั้น วัยรุ่นอเมริกันเริ่มหันมาแต่งรถสไตล์ JDM กันเยอะมากขึ้น และส่วนใหญ่จะเป็นรถตระกูลฮอนด้า
โดยเฉพาะเจ้าซีวิค EG / EK และอินทิกร้า DC2 ซึ่งเป็นรถยอดนิยมในช่วงนั้น

มีลูกค้าเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง ขับซีวิค ๓ ประตู วางเครื่อง B16 พอรู้ว่าผมมาจากประเทศไทย เขาเลยถามว่า ยูสามารถหาไมล์ขาวของ EG ยี่ปุ่น ให้ไอได้ไหม
เขาอยากได้ รวมทั้งของแต่ง สไตล์ JDM ทั้งหลายแหล่ ที่กำลังฮิตๆในอเมริกา ณ ตอนนั้น รับปากเขาหลายอย่าง โดยที่ยังไม่มั่นใจว่าจะหาได้หรือเปล่า
แต่เด็กหนุ่มคนนั้น ยืนยันว่า หากเอาเข้ามา รับรองว่าขายได้แน่นอน ............. อืออออออ จะลองดู

เมื่อ ๑๐ กว่าปี ที่แล้ว เชียงกงขายอะไหล่มือสองบ้านเรา ยังอยู่ที่ปทุมวัน และส่วนหนึ่งเริ่มย้ายไปอยู่ที่บางนาใหม่ๆ .... ที่บางนาผมไปไม่บ่อยนัก แต่ที่ปทุมวัน
เคยไปมาบ้าง ตอนยังอยู่เมืองไทย ... โทรศัพท์จากอเมริกาบอกญาติที่เมืองไทย ที่พอมีศักยภาพว่าช่วยไปดู หาซื้ออะไหล่รถที่เชียงกงปทุมวันให้หน่อย
ตาม list รายการดังนี้ ......

ในสมัยนั้นคนไทย ยังแต่งรถกันน้อยมาก อะไหล่มือ ๒ ยี่ปุ่นหาซื้อได้ไม่ยากตามเชียงกงต่างๆ และราคาไม่แพงด้วย .... ให้ญาติซื้อของตามรายการที่
เด็กหนุ่มอเมริกัน ต้องการ แบบไม่อั้น ทั้งไมล์ขาว / นาฬิกาส้ม / ไฟแล้วแก้มข้าง / ไฟส่องเล้ยวในกันชนหน้า / ไฟตัดหมอกเหลือง ฯลฯ

ญาติๆ รวบรวมของ แพ็คๆใส่ลังกระดาษส่งไปให้ผมที่อเมริกา (ลังมาม่านี่แหละ กลับในออกนอก ใส่นาฬิกาส้ม / ไฟแก้มข้างได้ครั้งละหลาย ๑๐ ชุดเลย)  Grin Grin

ไปถึงอเมริกา ภาษีนำเข้าไม่ต้องเสีย เพราะแจ้ง declare ว่าเป็นอะไหล่รถใช้แล้ว .... นั่งคิด นอนคิด ตั้งแต่สินค้ายังไม่ถึงอเมริกา คิดว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดี
ทางญาติที่เมืองไทยบอกว่า อะไหล่ที่ต้องการนั้น ทางผู้ขายในเชียงกงบอกว่าพอหาให้ได้อย่างสม่ำเสมอ

พอได้รับของ จัดการขัดสีฉวีวรรณ ซะใหม่เอี่ยมอ่อง ตัดสินใจแบ่ง 50% เข้าร้าน .. อีก 50% เก็บไว้ที่บ้าน .... รอดูสถาณการณ์



Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #28 on: November 04, 2010, 07:12:17 AM »

อะไหล่เชีบงกง ที่เอาไปวางขายในร้าน เป็นที่ฮือฮามาก ล็อตแรกแป๊บเดียวขายหมด
คงเป็นเพราะ มันแปลกและแตกต่างกับของ OEM อเมริกา อย่างซีวิค EG ในยุคนั้น ที่อเมริกา หากใคร
ใช้ไมล์ขาวแบบญี่ปุ่น รับรองว่าเจ๋ง เท่ห์ ในหมู่เพื่อนฝูง เพราะหาซื้อยาก ทำไปทำมา ของที่ผมกั๊กไว้ตั้งแต่แรก
(ตั้งใจจะเอาโพสขายบนอีเบย์) ต้องเอาเข้าร้านทั้งหมด กำไร ก็แบ่งๆกันไป ๓ คน ...

งานนี้ค่อนข้างมีเครดิตดีมากๆในสายตาหุ้นส่วนและคนรู้จัก เปอร์เซนต์กำไรของเชียงกง จะสูงกว่าสินค้าอื่นๆในร้าน
อย่างเช่นนาฬิกาส้มสำหรับ EG ต้นทุนซื้อมาจากเชียงกง 300 บาท วางขายหน้าร้าน $40 USD เป็นต้น
(เงินกำไรน้อย แต่คิดเป็น เปอร์เซนต์ สูง) ในขณะที่สินค้าที่เราเป็นตัวแทนจำหน่าย ทางผู้ผลิตเขาจะเป็นผู้กำหนด
กฏระเบียบราคาซื้อ - ขายหน้าร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ เปอร์เซนต์กำไรอยู่ที่ 20 - 25 % เท่านั้น


Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #29 on: November 13, 2010, 07:12:38 AM »

ไม่ค่อยชอบเที่ยว ในลักษณะเที่ยวเตร่ สำมะเล เทเมา
ชอบแบบท่องเที่ยว ศึกษาหาความรู้มากกว่า .. อยู่ใน L A มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายระดับโลก
ที่เห็นป๊อปปูล่า ใครๆต้องรู้จัก นักท่องเที่ยวชอบถ่ายรูปด้วย ก็ต้อง ป้ายตัวหนังสือคำว่า "HOLLYWOOD" ที่เราเห็นในฟิมล์ภาพยนต์ หรือตามปกนิตยสารต่างๆ


...............................

ป้ายตัวหนังสือที่เขียนว่า HOLLYWOOD ตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนภูเขาใน ลอส เองเจลีส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อันโด่งดังนั้น
หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบที่มาที่ไป ว่าเป็นอย่างไร ใครสร้างขึ้น สร้างขึ้นเมื่อใด และทำไมจะต้องสร้างมันขึ้นมา

วันนี้ว่างๆ เลยตั้งใจจะเขียนเกร็ดความรู้เล็กๆน้อย เกี่ยวกับป้าย " HOLLYWOOD " ให้ท่านผู้อ่าน ได้ทราบกัน
(ผมไม่ใช้นักเขียนมืออาชีพ..ขออภัยด้วย หาก ข้อเขียน ติดๆขัดๆ ไม่สละสลวย สวยงาม)

ก่อนอื่นมาชมภาพปัจจุบันของป้ายดังกล่าว ในมุมมองต่างๆกันครับ








Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #30 on: November 13, 2010, 07:15:27 AM »

The History of The Sign

ป้าย HOLLYWOOD ตั้งอยู่บนพื้นที่เนินเขา HOLLYWOOD HILLS เขตพื้นที่ของกลุ่นภูเขาที่เรียกว่า MOUNT LEE
ใน LOS ANGELES ก็ใกล้ๆกับเขต ไทยทาวน์ แหล่งชุมชนของคนไทยใน แอลเอ นั่นแหละครับ

ตัวป้าย แรกเริ่มเดิมที ประกอบด้วยตัวหนังสือจำนวน 13 ตัว คือคำว่า " HOLLYWOODLAND " สร้างขึ้นในปี 1923
โดยบริษัทพัฒนาอสิงหาริมทรัพย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจการซื้อขายที่ดิน บ้านจัดสรร ในเขตแถวๆนั้น
ขนาดตัวอักษรของป้ายแต่ละตัวกว้าง 30'  สูง 50' และประดับไปด้วยหลอดไฟต่างๆรวมกัน 4,000 หลอด ในสมัยเริ่มแรก
ตอนกลางค่ำกลางคืน จะเปิดไฟ ให้กระพริบเป็นจังหวะ 3 ครั้งคือ HOLLY > WOOD > LAND มองเห็นได้ไกลหลายกิโลเมตร
มูลค่าการก่อสร้างในยุคสมัยนั้นเป็นเงิน $21,000 USD ถือว่าไม่น้อยเลย








ที่มาของคำว่า HOLLYWOOD และ HOLLYWOODLAND นั้น กล่าวกันว่า เกิดขึ้นในราวปี 1887 โดย Mrs. Daeida Wilcox
ภริยาของ Harvey Wilcox ผู้ก่อตั้งเมือง HOLLYWOOD เป็นผู้ริเริ่มชื่อเรียก HOLLYWOOD โดยได้แนวความคิดมาจาก การที่
เธอได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งบนขบวนรถไฟ โดยผู้หญิงคนดังกล่าว ได้เล่าถึง บ้านพักตากอากาศ HOLLYWOOD สำหรับฤดูร้อนของเธอใน FLORIDA

Mrs. Wilcox ชื่นชอบชื่อ HOLLYWOOD มาก เลยบอกกับสามีว่า อยากจะใช้ชื่อ HOLLYWOOD เป็นชื่อเรียกของเมือง เลยเป็นที่มาของคำว่า HOLLYWOODLAND ซึ่งเป็นธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเขา

ในช่วงปี 1900 กว่า ธุรกิจด้านภาพยนต์ของอเมริกา ได้เริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในเขตเมือง HOLLYWOOD นี่แหละ
โดยผู้เกี่ยวข้องกับภาพยนต์ส่วนใหญ่ อพยพมาจาก New Jersey ซึ่งยุคนั้น นิว เจอร์ซี่ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งโลกภาพยนต์อเมริกา
(New Jersey เป็นที่ตั้งของ Edison Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ เครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนต์)

เมื่ออุตสากรรมภาพยนต์เฟื่องฟู ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยก็เจริญตามไปด้วย บริษัท HOLLYWOODLAND ทำกำไรจากธุรกิจ
อสังหาริมทรัพย์ได้เป็นกอบเป็นกำ ป้ายโฆษณา HOLLYWOODLAND ตั้งเด่นเป็นสง่า มองเห็นได้จากระยะทางไกลๆ
ใครเห็น ใครก็ชื่นชม ในความแปลกใหม่ กล้าคิด กล้าทำของเจ้าของโครงการ

แต่ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1941 ธุรกิจต่างๆในอเมริกาเริ่มล้มละลาย เกิดข้าวยาก หมากแพง
ธุรกิจของ HOLLYWOODLAND ก้ไปไม่รอด พื้นที่ตรงนั้นได้เปลี่ยนมือไปสู่เจ้าของคนใหม่

ท้ายสุดในปี 1949 ทาง Hollywood Chamber of Commerce ได้เข้าไปควบคุมดูแลพื้นที่เป็นที่ตั้งของป้าย HOLLYWOODLAND
และย้ายตัวหนังสือคำว่า LAND ออกไป เหลือไว้แต่คำว่า  HOLLYWOOD ซึ่งเป็นป้ายที่เราเห็นอยู่ ณ ทุกวันนี้
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #31 on: November 13, 2010, 07:17:28 AM »

ต่ออีกนิด

The " Hollywood Sign Girl " เรื่องจริง ไม่อิงนิยาย โศกนาฎกรรม สยองขวัญของป้าย HOLLYWOOD





มีคนไทย ไม่กี่คน ที่พอจะทราบเรื่องราวโศกนาฏกรรมบางตอนที่เกี่ยวข้องกับป้าย HOLLYWOOD แห่งนี้

ในปี 1932 หญิงสาวนักแสดงเล็กๆคนหนึ่งนาม Peg Entwistle จาก New York ได้อพยพจากบ้านเกิดเมืองนอน มาตั้งหลักปักฐานที่เมือง Hollywood
โดยเธอคาดหวังที่จะขอแจ้งเกิด เป็นซุปเปอร์สตาร์ เอาดีด้านการแสดงภาพยนต์ ณ เมือง Hollywood แห่งนี้ เธออาศัยในบ้านหลังเล็กๆกับคุณลุงของเธอ
บน Beachwood Drive (ทางขึ้นเขาไปสู่ป้าย Hollywood ใกล้ๆกับ Thai Town ถนน Beachwood จะตัดกับ Hollywood Blvd.แถวๆไทยทาวน์ครับ)

ทุกๆวัน หญิงสาวผู้นี้ จะตระเวณไปสมัครงานด้านการแสดงกับ โมเดลลิ่งต่างๆ ทุกๆที่ ที่มีป้ายประกาศ ต้องการนักแสดงหน้าใหม่ในวงการ
วันแล้ว วันเล่า เดือนแล้ว เดือนเล่า แต่เธอก็ยังไม่เคยได้รับการตอบรับ หรือได้รับการติดต่อกลับแต่อย่างใด ความรู้สึกท้อแท้และผิดหวังต่อโชคชะตา
ที่เธอได้ประสพ มีอันสิ้นสุดลงในเย็นวันหนึ่ง

ตอนเย็นๆของวันที่ 18 กันยายน ปี 1932 .. Peg บอกกับลุงของเธอว่า จะออกไปพบเพื่อนที่ร้านขายยาใกล้ๆบ้าน ไม่ต้องเป็นห่วง

Peg ไม่ได้ออกไปพบเพื่อนตามที่บอกไว้ เธอกลับมุ่งหน้าขึ้นบนเนินเขา ที่เป็นที่ตั้งของป้าย HOLLYWOOD เธอปีนขึ้นไปบนป้ายโดยใช้บรรได
ที่มีไว้สำหรับการซ่อมแซมป้าย ในระดับความสูง 50' ของตัวหนังสือ (ประมาณ 15 เมตรกว่าๆ) เธอได้ตัดสินใจ กระโดดฆ่าตัวตาย จากจุดสูงสุดของตัวหนังสือ H
ซึ่งเป็นอักษรตัวแรกของป้าย HOLLYWOOD .... Peg Entwistle กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วอเมริกาจากกรณีที่เธออัตวิบัติกรรม ตัวเธอเอง
สื่อต่างๆในอเมริกา เรียกเธอว่า " The Hollywood Sign Girl " เธอเสียชีวิตในขณะที่มีอายุได้ 24 ปี

Peg เป็นหญิงสาวที่น่าสงสาร เหมือนพระเจ้ากลั่นแกล้ง หรือ โชคชะตาเล่นตลกกับเธอ..หนึ่งวันหลังจากที่เธอเสียชีวิต
จดหมายจาก The Beverly Hills Playhouse ที่เธอไปสมัครงานการแสดงทิ้งไว้ ได้ส่งมาที่บ้านลุงของเธอ บอกว่า ยินดีรับเธอเข้าเป็นนักแสดงกับทางบริษัท

ทุกคนที่รับรู้เรื่องราวของเธอ ได้แต่รู้สึกเสียใจต่อชะตากรรมที่เธอได้รับ HOLLYWOOD เปรียบเสมือนโลกแห่งมายา เอาแน่ เอานอนไม่ได้
ชีวิตของ Peg ได้จบลงที่ HOLLYWOOD แห่งนี้ จบลงแบบที่เธอไม่ได้คาดหวัง..เธอหวังที่จะเป็นนักแสดง ไม่ต้องการที่จะได้รับการบันทึกชื่อ
ใน HOLLYWOOD ในฐานะของ The "Hollywood Sign Girl" อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

เรื่องของ Peg ไม่ได้จบแค่นั้นครับ ทุกๆค่ำคืน หลังจากเธอเสียชีวิต ผู้คนทั่วไปแถวนั้น มักจะได้รับรู้ รับเห็นเรื่องราวแปลกๆที่ ป้าย HOLLYWOOD
ตรงที่เธอกระโดดฆ่าตัวตาย บ้างก็บอกว่าเห็นหญิงสาวลักษณะแปลกๆเดินอยู่บนป้าย บ้างก็บอกว่าได้ยินเสียงคล้ายผู้หญิง ร้องไห้ คร่ำครวญ
อยู่ที่แถวๆบริเวณที่เธอเสียชีวิต

ต่อมาไม่นานนัก ทาง CITY ของเมือง LOS ANGELES ได้ทำการสร้างรั้วกั้นพื้นที่บริเวณที่ตั้งของป้าย HOOLYWOOD นัยว่าเพื่อป้องกัน
ผู้คนปีนขึ้นไปบนป้ายดังกล่าว และ ณ ปัจจุบันนี้ พื้นที่ตรงนั้นเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด มีกล้อง CCTV ตรวจจับความเคลื่อนไหวตลอด 24 ชม.
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
pond_v
Newbie
*
Offline Offline

Posts: 1


Email
« Reply #32 on: November 25, 2010, 10:57:12 AM »

รออ่านต่อนะครับพี่ สนุกมาก  Wink

พี่ไปโพสโฆษณาใน http://www.mazda3thailand.com ด้วยสิครับ คนเล่นรถ Mazda3 แบบถึงๆ เยอะเชียว
Logged
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #33 on: December 24, 2010, 07:34:50 AM »

อเมริกา เป็นประเทศกว้างใหญ่ ไพศาล

ใหญ่โต กว้างขวางจริงๆครับ หากน้องๆจำเหตุการณ์ วินาศกรรมช็อคโลก 911 ได้ .. ขณะเหตุการเกิดขึ้น 8 โมงเช้าที่นิวยอร์ค
ผมยังนอนหลับอุตุ อยู่ที่บ้าน เมือง Los Angeles อยู่เลย เพราะเวลานั้นเพิ่งจะ ตี 5 อากาศกำลังเย็นสบาย




ด้วยความที่เป็นประเทศใหญ่โต กว้างขวาง .. ถนน หนทางต่างๆ จึงต้องใหญ่โต ตามไปด้วย เวลาขับรถเดินทางในอเมริกา
รู้สึกสบายใจ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องกังวลเรื่องรถวิ่งสวนทาง .. ทุกๆคนปฎิบัติตามกฏการจราจรอย่างเคร่งครัด

รถทุกคันต้องมีประกันภัย อย่างน้อยก็ ประเภท 3 คล้ายๆบ้านเรา หากรถคันใด ตำรวจเรียกตรวจแล้วไม่มีประกันภัย
โดนยึดลูกกุญแจ ไล่ลงจากรถ ทันที ณ ตรงนั้น เดี๋ยวนี้เลย เขาไม่สนหรอกว่าเราจะเป็นลูกใคร ใหญ่มาจากใหน




ระบบสาธารณูปโภคอยู่ในขั้นเยี่ยมยอด ถนนหนทางมีระบบ ระเบียบ รถเยอะแต่ไม่ติด ถึงติดก็ไม่หนึบเหมือนบ้านเรา
รูปบนเป็นของจริง เครือข่ายถนนเป็นชั้นๆในเมืองลอส เองเจลีส เคยขับรถผ่านบ่อย ดูเหมือนวุ่นวาย แต่จริงแล้วง่ายมากๆ
มีป้ายจราจรชัดเจน แจ่มแจ้งเข้าใจง่าย ไม่งง ไม่ปวดหัว ไม่หลงด้วย
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
thophy
Jr. Member
**
Offline Offline

Posts: 97


sutthipv@gmail.com
« Reply #34 on: December 25, 2010, 06:45:50 AM »

สุขสันต์วันคริสตมาสครับ ขอให้พี่แซมและครอบครัวมีความสุขมากๆครับ
Logged

THOPHY IRON PUNK
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #35 on: December 27, 2010, 10:33:51 AM »

911 WORLD TRADE CENTER

เหตุการณ์ การก่อวินาศกรรมช็อกโลก 911 เกิดขึ้นเมื่อ September 11, 2001 หรือวันที่ ๑๑  กันยายน  ๒๕๔๔
มีคนไทยเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย ...... เอารูปภาพลำดับเหตุการณ์เคร่าๆ มาให้ดูนะครับ




















7:58 a.m. - United Airlines Flight 175 departs Boston for Los Angeles,
carrying 56 passengers, two pilots, and seven flight attendants. The
Boeing 767 is hijacked after takeoff and diverted to New York.

7:59 a.m. - American Airlines Flight 11 departs Boston for Los
Angeles, carrying 81 passengers, two pilots, and nine flight
attendants. This Boeing 767 is also hijacked and diverted to New York.

8:01 a.m. - United Airlines Flight 93, a Boeing 757 carrying 38
passengers, two pilots, and five flight attendants, leaves Newark, N.J.,
for San Francisco.

8:10 a.m. - American Airlines Flight 77 departs Washington's
Dulles International Airport for Los Angeles, carrying 58 passengers,
two pilots, and four flight attendants. The Boeing 757 is hijacked
after takeoff.

8:46 a.m. - American Flight 11 from Boston crashes into the North
Tower at the World Trade Center.

9:03 a.m. - United Flight 175 from Boston crashes into the South
Tower at the World Trade Center.

- U.S. Federal Aviation Administration shuts down all New
York area airports.

9:21 a.m. - Bridges and tunnels leading into New York City
are closed.

9:25 a.m. - All domestic flights are grounded by U.S. Federal
Aviation Administration.

9:45 a.m. - American Flight 77 crashes into The Pentagon.

10:05 a.m. - The South Tower at the World Trade Center collapses.

10:05 a.m. - The White House is evacuated.

10:10 a.m. - A large section of one side of The Pentagon collapses.

10:10 a.m. - United Flight 93 crashes in a wooded area in
Pennsylvania, after passengers confront hijackers.

10:28 a.m. - The North Tower at the World Trade Center collapses.

See Timeline Graph of the Hijackings Below.







CNN TV Breaking News


CBC TV Breaking News


Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #36 on: December 27, 2010, 10:35:25 AM »

ทุกๆปี ที่ครบรอบเหตุการณ์นี้ จะมีการจัดพิธีไว้อาลัย รำลึกถึงผู้เสียชีวิต
ในปีแรกที่ทำพิธีครบรอบ มีการถ่ายถอดสดไปทั่วประเทศอเมริกา .. เศร้ามาก ผมเองนั่งน้ำตาไหลดูอยู่หน้าจอโทรทัศน์
 Sad

.......................

ตึกที่มีเสาอากาศ เป็นตึก ๑ / ตึกด้านขวามือเป็นตึก ๒
ภาพนี้ถ่ายตอนเดือนมีนาคม ไม่กี่เดือนก่อนถล่ม



8:46 A.M. EDT Flight 11 Hits the North Tower of the WTC


Flight 175 Nears WTC


UA 175 About to Crash into  WTC South Tower


9:03 A.M. EDT Flight 175 Hits the South Tower of the WTC


Flight 175 Approaches the WTC South Tower


WTC Towers Ablaze With Heavy Smoke


Twin Tower Smoke


North Tower Ablaze


Empire State Bldg.in Foreground of Fire


9:03 A.M. EDT News Helicopter Sees UA 175 Hit the South Tower of the WTC


UA 175 Hits WTC Tower






WTC Towers Ablaze With Brooklyn Bridge in Foreground


Flight 175 Hits the South Tower of the WTC at 9:03, and at 10:05 A.M. South Tower Collapses


At 10:05 A.M. the South Tower Collapses


At 10:05 A.M. the South Tower Collapses
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #37 on: December 27, 2010, 10:36:55 AM »

Photo Sequence of the 10:28 A.M. EDT WTC North Tower Collapsing


North Tower Collapses


Towers Rain Debris on Lower Manhattan Hundreds of firemen and policemen are killed in the collapse


New Yorkers Run to Escape the Massive  Debris Storm From the 110-Storey WTC Twin Towers












New York Street Terror


New Yorkers Escape the Falling Debris


Hundreds of Brave NYC Firemen Lose their Lives








New York City Skyline on the Afternoon of September 11, 2001.


New York City Skyline on the Afternoon of September 11, 2001.


New York City Skyline on the Afternoon of September 11, 2001.


New York City Skyline on the Evening of September 11, 2001

Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #38 on: December 27, 2010, 10:38:13 AM »

NASA / New York









Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #39 on: December 30, 2010, 06:54:01 AM »

SACRAMENTO : California State Capitol

หลายๆคนอาจจะไม่ทราบว่า รัฐแต่ละรัฐของอเมริกานั้น จะมีเมืองหลวง ศูนย์กลางการปกครองประจำรัฐนั้นๆ
และเมืองหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่ใช่ ลอส เองเจลีส เหมือนที่เราเข้าใจกัน

รัฐแคลิฟอร์เนีย มีเมืองหลวงชื่อ SACRAMENTO - ซาคราเมนโต้ครับ ... ตั้งอยู่ทางตอนเหลือของลอส เองเจลีส (ขับรถไปสัก 5 - 6 ชั่วโมง)
หากจะให้นึกภาพง่ายๆ ก็อยู่ไกล้ๆ ซาน ฟรานซีสโกนั่นแหละ










ผมเคยไปกิน เคยไปเที่ยวก็หลายครั้งอยู่ เป็นเมืองสงบ เงียบ น่าอยู่กว่า แอลเอ เยอะ

ตอนไปเที่ยวซาคราเมนโต้ ครั้งแรก ไปกับเพื่อนคนไทย ขับรถ กางแผนที่ ออกจากแอลเอ ตอนเช้ามืด ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ตามทางหลวงหมายเลข 5
หิวก็แวะทานแฮมเบอร์เกอร์ ตามร้าน fast food ต่างๆ เหนื่อยก็แวะ rest area แวะจุดชมวิว ตามเรื่องตามราว สนุกดีครับ

การเดินทางท่องเที่ยว ทางรถยนต์ที่โน่น ถือว่าปลอดภัยและสะดวก สบายกว่าบ้านเราเยอะ สิ่งอำนวยความสะดวก ป้ายการจราจรต่าง ถือว่า perfect
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #40 on: December 30, 2010, 07:26:06 AM »

ถามว่าเลิศเลอ perfect อย่างไร ให้ดูรูปเล็กๆน้อยๆข้างล่างครับ
เป็นรูปจริง บนเส้นทาง Interstate Highway # 5 ช่วง Los Angeles ไป - กลับ Sacramento




ข้อความบนป้าย คงอ่านออกนะครับแปลว่าอะไร ... ตลอดเส้นทางแบบนี้ ทั่วประเทศครับ จะมีป้ายบอก แจ้งเตือนผู้ขับขี่ว่า ปั๊มน้ำมันอยู่ตรงไหน อย่างไร
เพื่อที่ท่าน จะได้เตรียมตัว เตรียมใจ กับการเดินทาง เพราะบางช่วงบางตอนของถนน จะโดดเดี่ยว นานๆ จะเจอชุมชน ต้องคำนวณกะระยะของน้ำมันในรถให้ดี
ไม่งั้นโอกาสต้องเจอเหตุการณ์ "กินข้าวลิง" แบบเมืองไทยแน่ๆ




ส่วนรูปบน ... ที่เห็นนั้นเป็นรถพ่วง RV Motorhome ครับ
ช่วงวันหยุด สุดสัปดาห์ ฝรั่งเขามักจะเป็นแบบนี้แหละ ขับรถไปเที่ยวนอกเมือง ไปพักแบบแคมป์ปิ้ง
ในรถคันหน้า จะมีเตียงนอน ห้องน้ำ มุมทานอาหารพร้อม ส่วนรถคันหลังที่ลากไปนั้น ใช้สำหรับขับขี่ บางช่วงบางตอนของกิจกรรม เช่นขับเข้าเมืองซื้อน้ำ ซื้ออาหาร เป็นต้น






เดินทางไกล ปวดเมื่อย ต้องการพักรถ พักคน ก็ต้องใช้บริการ ตามป้ายข้างบนนั่นแหละ

อยู่ที่โน่น บางครั้งก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย  อยากให้เมืองไทยเป็นแบบอเมริกาจัง โดยเฉพาะกฏ ระเบียบ วินัยของผู้คน ฯลฯ

ก็คงต้องฝันกลางวันไปเรื่อยๆ แหละครับ ชาติหน้าตอนบ่ายๆคงมีโอกาส
 Grin
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #41 on: January 01, 2011, 10:36:06 PM »

รถยนต์ส่วนตัว เป็นหัวใจหลักของการดำรงค์ชีพใน Los Angeles ไม่มีรถ ก็เหมือนไม่มีขา

หากไม่มีรถส่วนตัว ก็ต้องพึ่งพาบริการรถเมล์ของรัฐ .. หากอยู่ในเมือง ก็พอหยวนๆไม่มีปัญหามากนัก เพราะรถเมล์เยอะพอสมควร
แต่หากอาศัยอยู่ย่านชานเมือง แบบนี้ต้องทำใจครับ ... พี่แกวิ่งกันแบบหวานเย็น แถมนานๆมาสักคัน แต่มาแบบตรงเวลาเป๊ะ ต้องวางแผนการเดินทางกันล่วงหน้า
หากทำตัวตามสบาย เหมือนเมืองไทย รับรองตกรถเมล์อเมริกาแน่นอน ..

อยู่อเมริกา ๑๑ ปี ผมใช้บริการรถเมล์ประมาณ ๒ ครั้ง ... รูปร่าง หน้าตาของรถเมล์ใน L A ตามรูปข้างล่างนี่แหละครับ (วิ่งชานเมือง)
ขึ้นปุ๊ป ก็ต้องหยอดเหรียญ หากมีเงินทอนก็ต้องบอกกับคนขับ แต่ควรจะเตรียมเงินให้ครบตามจำนวนค่าตั๋ว จะดีที่สุด เพราะรถเมล์ในแอลเอ ไม่มีกระเป๋า ประจำรถ

หมายเหตุ เหล็กดำๆหน้ารถนั้น ไว้เก็บรถจักรยานของผู้โดยสาร (บางคนบ้านอยู่ในซอย ลงจากรถเมล์ปั๊บ ปั่นจักรยานเข้าบ้านเลย)




คันล่างนี้ เป็น version หลังๆ ที่ปรับปรุงการให้บริการทันสมัยดีขึ้นกว่าเดิม



ป้ายรถเมล์ ก็ตามรูปที่เห็น แต่เป็นย่านเขต Down Town เลยดูดี มีสกุลหน่อย  Grin
คันสีฟ้า ไกลๆนั้นก็เป็นรถเมล์สายหนึ่งของแอลเอ (สีนี้ ผมไม่เคยขึ้น)




รูปล่าง ป้ายรถเมล์เขตชานเมือง หรือย่านที่อยู่อาศัยที่ area ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ....(ไม่ไกลจาไทยทาวน์)

Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #42 on: January 02, 2011, 11:09:06 AM »

การใช้ชีวิตในอเมริกา กฏ ระเบียบ วินัยการจราจรเป็นสิ่งสำคัญ ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฏระเบียบข้อกฏหมาย ผิดคือผิด ไม่มีอะลุ่มอะล่วยเหมือนบ้านเรา
เมื่อทำผิด ค่าปรับที่โน่นแพงมาก หลักหลายพัน ถึงหลักหมื่นปลายๆ แล้วแต่กรณี ... ผมโดนมาแล้ว




ให้สังเกตป้ายที่เห็นในรูปครับ คำว่า " STOP " หมายถึงทุกคนต้องหยุด แล้วเว้นระยะสัก ๑๐ วินาที มองซ้าย มองขวา ใครมาถึงก่อน (หยุดก่อน) จึงจะขับรถออกไปได้

ป้ายแบบนี้แหละ ผมขับรถมาชิวๆ .... ซ้าย - ขวา / หน้า - หลัง มีรถผมคนเดียว ใจร้อน หยุดรถไม่สนิทดี ตีโค้งเลี้ยวซ้ายไปเลย  ขับรถต่อไปได้ไม่ถึง 500 เมตร
มีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจเปิดไฟไซเรน จี้ตูด บอกให้หยุดรถเดี๋ยวนี้ ถามว่าไอผิดอะไร ทั่นโปลิสบอกว่า "failed stop" ตรงสี่แยกที่ผ่านมา

หลังจากรับ "ตั๋ว" ข้อกล่าวหาจากตำรวจท่านนั้น .. ขับรถไป คิดไป มันซุ่มอยู่ตรงไหน ทำไมตรูมองไม่เห็น  ... ผลโดนปรับไปหมื่นกว่าบาทไทย

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เข็ดหลาบ จำจนวันหันหลังกลับมาอยู่เมืองไทย  (เสียดายเงินค่าปรับครับ)
  Grin Grin
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #43 on: January 04, 2011, 06:33:43 PM »

ถามว่าอเมริกา มีรถติดไหม .. ตอบว่า ติดครับ

Los Angeles เมืองนางฟ้าที่ผมอยู่ติดครับ โดยเฉพาะช่วงเช้าๆ เวลาเข้างาน การจราจรจะคับคั่ง และติดบ้างบนทางด่วน เส้นขาเข้าเมือง
แต่ไม่ได้ติดหนึบแบบบ้านเรา ที่โน่นจะติดแบบไหลไปได้เรื่อยๆตามจังหวะ

รูปล่างเป็นภาพถ่ายทางอากาศของทางด่วนในแอลเอ




ระบบการจราจรที่โน่นถือว่าสุดยอดครับ มีเครือข่ายโยงใยไปทั่วทั้งเมือง สะดวกสบาย ดังนั้นรถติดจึงไม่ใช่ปัญหาของหลายๆคน เพราะ ...
ดูรูปข้างล่างครับ




รูปบน รถติด ... แต่ซีวิครูปล่าง กลับวิ่งฉิว
ให้สังเกตุป้ายข้างๆซีวิค และข้อความบนพื้นถนนหน้าซีวิค




รูปจริง จากหน้ารถครับ



คือรัฐบาลเขาแคร์ และให้โอกาส กับคนที่มีจิตสาธารณะ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น

ที่อเมริกา ส่วนใหญ่เขามีรถใช้กันทุกคน นั่นหมายถึงทุกคนขับรถกันหมด และขับแบบคนละคันๆๆๆๆๆ ไปไหน มาไหน ต่างคนต่างเอารถส่วนตัวไป
เมื่อเป็นอย่างนี้ รถย่อมติดเป็นธรรมดา ... ใครไม่เอารถไป (อาศัยคนอื่นไป) รัฐเขาเปิดโอกาสให้แต้มต่อ ตั้งกฏ carpools lane มันซะเลย

รถคันไหน มีผู้โดยสาร ๒ คนขึ้นไป ได้เปรียบครับ มีช่องพิเศษให้วิ่งโดยเฉพาะ ไม่ต้องไปติดเหง็ก เสียเวล่ำ เสียเวลา เชิญชิดซ้ายได้เลย ถนนโล่งครับ

... คันอื่นติดแทบแย่ แต่ของเราวิ่งฉิว ปลิวลม อย่างเจ้าซีวิค ไดเมนชั่นสีเงินข้างบนนั่นแหละ
 Grin Grin
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #44 on: January 09, 2011, 01:58:03 PM »

การใช้ชีวิต ในอเมริกา ส่วนใหญ่ต้องช่วยเหลือตัวเอง บริการตัวเอง พึ่งพาตัวเอง แบบ self serve อะไรทำนองนั้น
แต่นั่นไม่ใช่ว่าคนอเมริกันไม่มีน้ำใจนะครับ เพียงแต่ท่านต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นช่วย

ตอนอยู่เมืองไทย ขับรถเก๋ง แต่เติมน้ำมันเองไม่เป็น เพราะมีพนักงานตามปั๊มคอยบริการเราจนเคยตัว

ไปอยู่อเมริกา ไม่กี่วัน จำเป็นต้องใช้รถ ทีนี้เวลาน้ำมันหมดจะทำอย่างไรล่ะ ... ไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าฝาเปิด ปิดเติมน้ำมัน มันอยู่ข้างไหน

2540 ผมจำได้แม่นยำ .. รถเช่าคันนั้นน้ำมันใกล้หมด ตัดสินใจขับเข้าไปในปั๊ม ..
หาที่ว่างๆจอดรถ เดินเข้าไปใน snack shop ของปั๊ม ซื้อโค๊ก ๑ กระป๋อง แล้วทำฟอร์มยืนดื่มโค๊ก ใกล้ๆหัวจ่ายที่ฝรั่งกำลังเข้าคิวเติมน้ำมันอยู่
อยากรู้ครับว่าเขาเติมน้ำมันกันอย่างไร

ฝรั่งคนแรกที่ผมเฝ้ามอง เขาเติมน้ำมันด้วย credit card เห็นทำอะไรยุกยิกๆ อยู่หน้าหัวจ่ายนั่นแหละ ไม่นานก็ขับรถออกจากปั๊มไป

คนที่ ๒ เอารถเข้ามาจอดเทียบแล้วเดินลิ่วเข้าไปใน snack shop สักครู่เดินกลับมาที่หัวจ่าย ยกหัวจ่ายแล้วกดไปที่แป้นสี่เหลี่ยมสีเหลืองๆ ทำอะไรก็ไม่รู้ แล้วสักพักขับรถออกไป

ตัดสินใจเอาบ้าง เพราะไม่งั้นกลับโรงแรมไม่ได้แน่นอน จังหวะปั๊มโล่งๆ ไม่ค่อยมีลูกค้า แอบขับรถไปจอดที่หัวจ่ายอันไกลสุด ยืนพินิจ พิจารณาตั้งนาน ก็ยังไม่เข้าใจว่า
ตรูจะเติมน้ำมันอย่างไร มองซ้าย มองขวา เด็กปั๊มก็ไม่มีสักคน




ให้สังเกตุแป้นเหลืองๆ ๓ แป้น ที่หน้าน้องปารีสนะครับ











เดี๋ยวมีต่อ ..
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #45 on: January 10, 2011, 08:33:16 PM »

จริงๆแล้ว มันก็ไม่ได้น่ากลัว อย่างที่ผมบอกหรอก
เพียงแต่ .. เรื่องแบบนี้ผิดพลาดไม่ได้ ตอนเช่ารถเขาขับ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถคันนั้น ใช้น้ำมันอะไร
 Grin



ที่หน้าน้องหนูปารีส จะมีแป้นเหลืองๆ อยู่ ๓ แป้น แต่ละแป้นมีตัวหนังสือเขียนไว้ ตามรูปล่างครับ
(ให้สังเกตุ ด้านหลังของน้องเขา .. นั่นแหละเป็นร้านค้า เป็น office ของปั๊มเขาหล่ะ แท่นขาวๆตรงระดับไหล่ของหนูปารีส
ตรงนั้นเป็นช่องสอดเงิน ..คือเวลากลางคืนเขาจะปิดประตู กลัวโดนปล้น ใช้ช่องทางการให้บริการ โดยให้ลูกค้าสอดเงินตรงนั้นแหละ)




หรือหากจะดูชัดๆ ก็ดูปั๊ม ที่พ่อหนุ่ม คนนี้เขากำลังใช้บริการดูครับ
สังเกตุนะครับ แต่ละแท่นจะมีหัวจ่ายแค่ 1 หัวจ่ายเท่านั้น ไม่ได้แยกเหมือนบ้านเรา




ที่อเมริกายุคนั้น (และตอนนี้) เขาใช้น้ำมันค่า Octane 87 / 89 และ 91 เท่านั้น
อาจจะเป็นเพราะเขาไม่มีน้ำมันปลอมหรือไง ก็ไม่รู้ ... งงๆ ว่าทำไมค่าอ็อกเธนต่ำจัง จากรูปบน น้องปารีส เต็มน้ำมันด้วยเครดิต คาร์ด  

ตอนที่ผมงงๆ กับการเติมครั้งแรก ผมตัดสินใจเดินเข้าไปถามพนักงานในห้อง snack shop นั่นแหละ .. ช่วยหน่อย ไอเติมน้ำมันไม่เป็น บอกเขาตรงๆเลย
พนักงานคนนั้นดีอย่างใจหาย ถามผมว่า ยูจะเติมกี่เหรียญ ... พอบอกว่า 20 USD ส่งเงินให้เสร็จ เขาก็ป้อนข้อมูลลงบนคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมระบบการจ่ายน้ำมันทั้งหมด
แล้วเดินนำหน้าผม ไปที่หัวจ่าย ยกหัวจ่าย(ที่มีอยู่อันเดียว) ทิ่มเข้าไปถังน้ำมัน แล้วหันมาถามผมว่า จะเอาเกรดไหน .. ผมชี้ไปที่แป้นหมายเลข 89 (เอาค่ากลางๆไว้ก่อน)

ซึ่งจริงๆแล้ว มันก็ง่ายแบบนั้นจริงๆ (ผมโง่ หรือแกล้งโง่ก้ไม่รู้ .. จำไม่ได้)
 Grin
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #46 on: January 11, 2011, 08:15:03 PM »

หากเป็นแล้ว เก่งแล้ว ไม่ยากใช่ไหมครับ

การจ่ายเงินเติมน้ำมัน มีอยู่ ๒ แบบ คือจ่ายด้วยเงินสด และ จ่ายด้วยเครดิตคาร์ด

* จ่ายสด มีอยู่ ๒ แบบ
- เอาเงินใส่ในช่องที่เขาเตรียมไว้ ตรงหัวจ่าย  กดเลือกเกรดน้ำมัน เอาหัวจ่ายใส่ในถังน้ำมันได้เลย หรือ
- ถือเงิน เดินเข้าไปบอกพนักงานในห้องควบคุม number 2, twenty PLEASE !
ทางพนักงานเขาจะกดคอมพิวเตอร์สั่งจ่ายน้ำมัน $20 เหรียญ ที่หัวจ่ายหมายเลข 2 .. หากเติม ไม่ถึง 20 เหรียญ ก็เดินกลับ
ไปเอาเงินทอน ที่พนักงานคนนั้น ทุกอย่าง ตรงไป ตรงมา ไม่มีการโกง

* จ่ายด้วย credit card ก็มีอยู่ 2 แบบ เหมือนกับจ่ายแบบเงินสดนั่นแหละ

และทุกปั๊มสามารถใช้บัตรเครดิตของไทย ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ .. ผมใช้มาแล้วและบ่อยด้วย เวลาเขาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายมาที่เมืองไทย ดูแปลกๆดี (แฟนบอก)
 Wink Wink



ปั๊มน้ำมัน หรือ gas station ในอเมริกา มีอะไรหลายๆอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรา
ผมเอง ก็ได้ประสพการณ์หลายอย่างจากตรงนั้น และได้ต่อยอดเรื่อยมาจนทุกวันนี้ (วันอังคารที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๔)
เดี๋ยวจะเล่าไปเรื่อยๆครับ ว่าผมต่อยอด เรื่องอะไรบ้าง ..




จากรูปข้างบน ให้สักเกตุป้ายคำว่า "SMOG" / "TEST ONLY" และ "TEST and REPAIR" ให้ดีนะครับ ผมจะอธิบายให้ฟัง เกี่ยวข้องกับรถยนต์ของเรานี่แหละ
คนที่ใช้ชีวิตอยู่อเมริกาหลายๆปี เห็นป้ายแบบนี้ ร้องอ๋อเลย ... เพราะมีอยู่ทั่วหัวระแหงของเมืองแอลเอ ทนอ่านเอาหน่อยแล้วกัน
 Grin Grin

ตามนั้น

Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #47 on: January 14, 2011, 12:14:18 PM »

อเมริกา ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เข้มงวดเกี่ยวกับมลภาวะที่เกิดจากรถยนต์ มากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
โดยเฉพาะรัฐ california ที่ผมอยู่ มีกฏหมายพิเศษแยกต่างหากจากรัฐอื่นๆ กำหนดค่ามาตรฐาน ที่รถยนต์สามารถปล่อยไอเสีย ออกมา
ถือว่าต่ำมากๆ ต่ำที่สุดในโลก หรือพูดง่ายๆ เข้มงวดเรื่องไอเสย มากที่สุดในโลก

รถยนต์ทุกคันใน california ก่อนที่จะต่อทะเบียนในปีต่อไป จะต้องผ่านการตรวจสอบค่าไอเสียที่ปล่อยออกมา
ว่าเกินกว่ามาตรฐานที่กฏหมายไว้หรือไม่อย่างไร โดยเมื่อรถยนต์คันนั้น ทะเบียนใกล้หมดอายุ ทางกรมการขนส่ง (DMV อเมริกา)
จะมีหนังสือแจ้ง ตามรูปข้างล่าง




หนังสือที่ได้รับแจ้ง จะมีอยู่ 2 แบบ คือ TEST ONLY รูปบน กับ TEST แบบ check ทั่วไป ตามรูปล่าง ทั้ง 2 แบบ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

กรณีเจอ TEST ONLY แบบนี้ถือว่าอาการหนัก ต้องเอารถเข้าอู่ที่มีป้าย TEST ONLY แบบในรูปปั๊มน้ำมันของกระทู้ที่ผ่านมา
การ test แบบนี้ ข้อมูลต่างๆจะส่งตรง รายงานไปที่ DMV กรมการขนส่งเลย หมดสิทธิ์ซิกแซก ช่างผู้ทดสอบ จะเป็นคนกดปุ่มส่งข้อมูล โดยถามเราก่อน
ว่าจะให้ report เลยหรือไม่ หากรถไม่มีปัญหา ค่าต่างๆผ่านเกณฑ์กำหนด ก็โอเค ... แต่หากผลการทดสอบตก ไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่ง เราก็จะต่อทะเบียนไม่ได้
ต้องแก้ไขก่อน แล้วนำรถมาทดสอบแบบ test only อีกครั้งหนึ่ง

การแก้ไข ปรับจูนเครื่องยนต์ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ test only ค่อนข้างจะต้องใช้เงินสูง เช่นต้องเปลี่ยนตัว Oxygen sensor ต้องเปลี่ยน catalytic convertor
และอีกมากมายหลายอย่าง .. ค่าอะไหล่นั้นไม่เท่าไหร่ แต่ค่าแรงแพงมากๆ .. แพงประมาณหาซื้อรถมือ 2 บางยี่ห้อได้คันหนึ่งเลย




กรณี Test แบบ Check ทั่วไป .. แบบนี้ ไม่ค่อยมีปัญหา คือเราสามารถแก้ไข ปรับจูนเครื่องยนต์ จนกว่าจะผ่านข้อกำหนดว่างั้นเถอะ
เมื่อทุกอย่างผ่าน .. ช่างผู้ตรวจสอบก็จะให้ใบรับรอง เพื่อเอาไปแสดงต่อ DMV กรมการขนส่ง ตอนเราจะต่อทะเบียน

หมายเหตุ
* รถใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะได้รับหนังสือแจ้งแบบ Check ทั่วไป
* รถเก่าๆสัก 5 ปี ขึ้นไป มักจะได้รับข้อกำหนดแบบ Test Only

Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #48 on: January 22, 2011, 07:56:32 AM »

การที่รัฐบาลอเมริกัน ออกข้อกำหนด กฏหมายที่เข้มงวด เรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานการปล่อยไอเสียของรถยนต์ นั้น
ผมว่าเป็นเรื่องที่ดี ดีต่อโลก ดีต่อสิ่งแวดล้อม ดีต่อทุกๆคน และโดยเฉพาะผู้ใช้รถ ใช้ถนน

ในอเมริกา ผมขับรถโดยการเปิด sunroof หรือเปิดกระจกหน้าต่าง ได้แบบสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่าหน้าจะดำเพราะคราบเขม่าไอเสียบนท้องถนน
แตกต่างจากเมืองไทย อย่างลิบลับ ทำแบบนั้นไม่ได้ครับ

ถามว่าหากรัฐบาลไทยออกข้อกำหนด กฏหมายแบบอเมริกา ทำได้ไหม .. ทำได้แน่นอน 1,000,000 %  ... แต่เขาไม่ทำ
เพราะหากเขาทำ ผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ ต้องขยับตาม สิ่งที่บรรดาผู้ผลิตเขาเป็นห่วงคือ เขาต้องลงทุน เขาต้องใช้เงินปรับปรุง
มาตรฐานของเครื่องยนต์ต่างๆอีกบานตะไท สู้อยู่มันอย่างนี้แหละ หลอกขายคนไทยไปวันๆ ไม่ดีกว่าเหรอ

ผมยังไม่เคยเห็นผู้ผลิตรถยนต์ (โดยเฉพาะรถปิคอัพ) รายไหน ประกาศว่า "รถยนต์ของเราส่งขายในประเทศอเมริกา" เลยสักราย
ที่เห็นๆนั้น ส่งไปขายประเทศโลกที่ 3 เท่านั้น

รูปล่างเป็น 2010 TUNDRA รถปิคอัพของโตโยต้า ที่ผลิตขายในอเมริกา 5700 cc. เบนซิน
อยากให้บรรดา "จิ๊กโก๋" วีโก้ / ฟอร์จูนเนอร์บ้านเราทั้งหลาย ที่คิดว่าตัวเองแรง เจ๋ง ดูไว้เป็นตัวอย่างครับ
ของแท้ ของจริง มันต้องแบบข้างล่างนี่แหละ ทั้งระบบเครื่องยนต์ เบรค ช่วงล่าง ควรจะเป็นแบบนี้
ไม่ใช่แบบอย่างที่ท่านๆใช้อยู่ ... (ผมโดนก่อกวนจากวีโก้ ฟอร์จูนเนอร์ อยู่บ่อยๆ เซ็ง "มัน" เหมือนกัน)










Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #49 on: January 30, 2011, 08:35:18 AM »

ในรถยนต์ อะไหล่ / ชิ้นส่วน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมลภาวะ หลักๆจะมีอยู่ ๒ อย่าง (ไม่นับเครื่องยนต์)

คือ Oxygen Sensor และ Catalytic Converter ทั้ง ๒ อย่างนี้ คนไทยยังเข้าใจมันน้อยๆมาก และน้อยจริงๆ
เจอบ่อย เห็นบ่อย พอรถวิ่งไม่ออก ก้ไปทะลวงแคตฯ พอทะลวงเสร็จ ใช้ไปสักพัก ร้องจ๊าก เพราะไฟ Check Engine โชว์ที่หน้าปัทม์
ทีนี้แหละเป็นเรื่องเลย จะซื้อแคตฯ จากศูนย์มาติดใส่ดั่งเดิม โทรไปถามราคาคงแทบเป็นลม ขั้นต่ำ 20,000 - 50,000 บาท สำหรับท่อแคตฯแท้ๆ
ในศูนย์บริการบ้านเรา

ผมเจอจนชินไปแล้วเรื่องทะลวงแคตฯทิ้ง เจอและรู้เพราะเอาเครื่องมือ OBDII SCANNER เสียบปั๊ป โค๊ดมันก็ฟ้องบอกทันที .. หันไปถามเจ้าของรถว่า
ไปทำอะไรกับ แคตฯ มาหรือเปล่า .. " ทะลวงใส้ทิ้งแล้วครับพี่ "  

ตามนั้นแหละ








Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #50 on: February 01, 2011, 12:33:35 PM »

วันนี้ มีลูกค้าเป็นชาวพม่า โทรมาปรึกษาเรื่องอะไหล่ HUMMER
ก่อนหน้านี้ เคยมีลูกค้าชาวลาว ชาวเขมร โทรทางไกล ผ่านคนไทย มาคุยเรื่องอะไหล่ ฮัมเมอร์กันหลายครั้งแล้วเหมือนกัน ..
ทำให้รู้ว่า เพื่อนบ้านเรา ไม่ธรรมดาครับ  Grin

ก็ยินดีให้คำแนะนำ .... รถพวกนี้ผมคุ้นเคยพอสมควร ตอนอยู่ที่อเมริกา
แต่สมาชิกฮัมเมอร์ที่เมืองไทย ต้องทำใจนะครับ ... ส่วนใหญ่รถฮัมเมอร์ที่อเมริกา พวกนักแสดง นักกีฬาดังๆเขาใช้กันเยอะ
อะไหล่ อุปกรณ์ของแต่งต่างๆ ค่อนข้างแพงเอาเรื่อง ก็สมฐานะ ค่าตัวของมัน








Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #51 on: February 02, 2011, 08:21:31 AM »

ย้อนกลับมาพูดเรื่อง มลภาวะ / ไอเสีย - ไอพิษ จากรถยนต์ต่อ .....

เจ้าอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งที่สำคัญกับเรื่องพวกนี้ควบคู่กันไปกับ แคตตาไลติก Catalytic Convertor คือตัว อ๊อกซิเจน เซนเซอร์ Oxygen Sensor ครับ
หากเป็นสมัยก่อน ตัวนี้คือ ตัววัดค่าปริมาณอ๊อกซิเจนในท่อไอเสีย ที่รถยนต์ปล่อยออกมา

แต่ ณ วันนี้ ตัว อ๊อกซิเจน เซนเซอร์ ที่ว่านี้มันไปไกลกว่าที่เราคิดไว้เยอะ สมัยก่อนมีแค่ 1 สาย / 2 สาย ..
แต่ปัจจุบันเราใช้ตัว oxygen sensor ที่ 4 สาย / 5 สายกันหมดแล้ว มีทั้งแบบ wideband / narrowband ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของรถยนต์ควบคู่กับกล่อง ECU
ง่ายๆ ให้สังเกตุที่รถยนต์ของท่าน ... รถยนต์ 4 สูบ ยุคปัจจุบันจะมีเซนเซอร์อยู่ ๒ ตัวเป็นอย่างน้อย
เซนเซอร์ ตัวที่ 1 เป็น wideband sensor จะทำหน้าเป็น air fuel raito sensor คือดูแลเบื้องต้นเรื่องอัตราส่วนผสมของอากาศและน้ำมัน
เซนเซอร์ตัวที่ 2 เป็น narrowband sensor จะทำหน้าที่ตรวจวัดค่า oxygen ในท่อไอเสียที่รถปล่อยออกมา แล้วนำไปเปรียบเทียบกับค่าปริมาณอ๊อกซิเจน
ในชั้นบรรยากาศของโลกเรา .. ค่าที่วัด ได้เท่าไหร่ อย่างไร ก็รายงานผลไปที่กล่อง ecu แหละครับ เพื่อที่จะชี้ขาดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ
การชี้ขาดของกล่อง ecu หากมีอะไรผิดปกติ ก็จะแสดงออกโดยการโชว์สัญญลักษณ์สีส้ม คือไฟ check engine ตามรูปล่าง

หลายๆท่าน ยังไม่ค่อยเข้าใจหน้าที่ - หลักการทำงานของมัน ปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลยามเมื่อมันเจ็บไช้ ได้ป่วย คือไฟ check engine ติดโชว์ที่หน้าปัทม์
ก็ยังทนใช้อยู่อย่างนั้นแหละ หากเป็นรถรุ่นใหม่ๆ อีกหน่อยกล่อง ECU ก็พังตามไปด้วย เพราะมันอ่านค่า parameter ต่างๆไม่ได้ เลยวิ่งด้วย mode สำรอง

ขออนุญาตระบาย ตรงนี้หน่อยครับ

ผมจะได้รับโทรศัพท์เรื่อง Oxygen Sensor ทุกวันครับ (ย้ำว่าทุกวันเลย ไม่เว้นเสาร์ - อาทิตย์) และส่วนใหญ่โทรมาสอบถามเรื่องนี้แหละ (oxygen snesor เสีย)
โทรมาดี ผมก็ให้คำแนะนำกลับไปแบบไม่ปิดบัง บอกแม้นกระทั่งวิธีการตรวจเช็ค ทดสอบเบื้องต้น ว่าเซนเซอร์ ของเรา เสียหรือไม่ อย่างไร
แต่ก็จะมีหลายๆคนที่โทรมาแบบลองของออกอาการ act / art บ่งบอกว่า "ข้าแน่ ข้าขับรถเก๋ง ข้ามีเงิน คนขายของทาง net อย่างเอ็ง กระจอก เทียบข้าไม่ได้" ... อะไรทำนองนี้
คนแบบนี้ ผมไม่เคยคิดว่าเป็นลูกค้า ไปไกลๆเลยครับ ต่อให้มีเงิน 1,000,000 ก็ไม่มีวันมาเอาของ ของผมไปใช้ได้

ขอให้จริงใจต่อกัน ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย ไม่ต้อง act - art รู้ก็คือรู้ ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นรู้ ผมไม่หลอกหรอกครับ ... ราคาในศูนย์เขาขายอยู่เท่าไหร่ ผมทราบดี
ไม่ต้องมาหลอกปั่น กดราคา และที่สำคัญ ตัวผมจะไม่ตอบคำถามประเภทหน่อมแน๊ม stupid question เด็ดขาด เสียเวลาครับ




Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #52 on: February 28, 2011, 08:49:30 PM »

ราคารถยนต์ในอเมริกา เปรียบเทียบกับเมืองไทย

ราคารถยนต์ที่อเมริกา ถือว่าถูกครับ (ถูกมากเมื่อเทียบกับรายได้) และยิ่งถูกเมื่อกลายสภาพเป็นรถมือ 2
ผมเคยใช้รถฮอนด้าพรีลูดปี 93 ซื้อมือ 2 ตอนปี 2004 ราคา $2,000 USD ขายออกไปตอนใกล้จะกลับเมืองไทยปี 2007
ผมขายไปราคา $1,500 USD หรือประมาณ 50,000 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนในตอนนั้น ....



พอกลับเมืองไทยปลายปี 2008 คิดจะซื้อพรีลูดไว้ใช้สักคัน ไปตระเวณดูตามเต๊นท์ย่านถนนกาญจนาภิเษก ถามมา 3 คัน
ราคาพอๆกัน 380,000 บาท ในเมืองไทยราคานี้ถือว่าโอเค  แต่หากเพื่อนๆชาวฝรั่งรู้ว่าผมซื้อพรีลูดราคา $12,000 USD
คงหัวเราะกันยกใหญ่ เลยล้มเลิกความคิดที่ว่าจะซื้อพรีลูดมาขี่ในเมืองไทย

เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆครับ



แต่มีรถคันหนึ่งที่ผมรู้สึกตกใจอย่างแรงคือเจ้า นีสสัน 200SX
เชื่อไหมครับนีสสันรุ่นนี้ที่อเมริกา เขาแทบยกให้กันฟรีๆ หากจะซื้อขายกัน ณ วันนี้ราคา $1,000 USD นี่ถือว่าเก่งแล้ว
แต่ที่เมืองไทยว่ากันที่ 5 - 600,000 บาท แทบเป็นลม ที่อเมริการาคาถูกกว่าซีวิค 3 door เสียอีก ... ไม่มีความยุติธรรมสำหรับคนไทย เอาเสียเลย
และไม่แปลกใจที่เห็นนักเรียนไทยในอเมริกา ขับรถสปอร์ตหรูๆกันทั้งนั้น ตอนผมจะเดินทางกลับเมืองไทย ผมเอาของใช้ส่วนตัวไปฝากลงเรือกลับเมืองไทย
ที่บริษัทรามา ของเฮียตุง (North Hollywood) เห็นเบนซ์สปอร์ต 2 ประตู พวงมาลัยซ้าย กำลังเตรียมตัวขึ้นตู้ เฮียตุง บอกว่าของเด็กนักเรียน

ธรรมดาๆครับเรื่องแบบนี้ .. เคยคิดจะเอารถ ACURA DC5 RSX กลับเมืองไทยเหมือนกัน แต่พอเช็คค่าภาษีแล้ว ล้มเลิกความคิดทันที ก็เล่นคิดที่ 218 %
ได้มั๊ง แถมไม่ได้เอาราคารถ ที่เราซื้อที่อเมริกามาคิดคำนวณหรอกครับ เอาราคาที่เมืองไทยนี่แหละเป็นตัวประเมิน เวรกรรมไหมหล่ะ
 Grin
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #53 on: April 04, 2011, 10:01:40 PM »

ด้านข้างของบ้านผม มีพื้นที่ว่างอยู่นิดหน่อย
กำลังเรียกช่างมีตีราคา งานเทพื้นคอนกรีต / เปิด-เจาะรั้ว ทำ ramp ขึ้นที่จอดรถใหม่
เอาใจน้องๆ ที่บางท่านบอกว่าไม่ค่อยมีเวลา มาติดตั้งของแต่งรถในตอนกลางวัน (กว่าจะเลิกงานก็เย็นแล้ว)

อย่างวันนี้ มีน้องแคมรี่ คันหนึ่ง ทำงานแถวๆพระราม ๖ .. รถมีปัญหา กว่าจะเลิกงาน กว่าจะขับไปให้ผมดูก็เกือบ ๒ ทุ่ม

ต่อไป น้องๆก็จะสะดวก สบายมากขึ้น เอารถมาหาพี่แซมได้ตลอดเวลา ไม่เว้นวันหยุด เสาร์ - อาทิตย์ครับ






Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #54 on: May 03, 2011, 08:39:05 AM »

นอกเรื่องมาไกลแล้ว ย้อนกลับไปอเมริกาดีกว่า ... เทศกาลสงกรานต์ที่อเมริกา

เดือนเมษายน 2554 เพิ่งผ่านไปแบบเหงาๆ สำหรับผม เพราะไม่ได้ออกไปไหน ไม่ค่อยชอบงานฉลองเทศกาลสงกรานต์แบบวุ่นวายสไตล์ไทยๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปี ผมจะอยู่ เที่ยวฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่อเมริกา มาโดยตลอด ที่โน่นฉลองกันแบบเรียบง่าย สไตล์คนไทยไกลบ้าน

รูปล่างเป็นรูปที่ผมถ่ายไว้ตอนปี ๒๐๐๘ เป็นรูปมุมกว้างของบริเวณวัดไทยลอส แองเจลีส
ถ่ายบนถนน cantara street  ตัดกับถนน cold water canyon ... ให้สังเกตป้ายผ้าด้านซ้ายมือ ที่รถเซลิก้า กำลังขับผ่าน








เป็นป้ายผ้าเล้กๆ ที่คณะกรรมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์วัดไทยฯ จัดทำขึ้น แจ้งวันกำหนดการงานสงกรานต์
แบบไทยๆที่ลอส แองเจลีส ซึ่งเมนหลักจะจัดที่วัดไทย เมือง north hollywood เป็นประจำทุกปี


เดี๋ยวมีต่อ ..
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #55 on: May 07, 2011, 08:01:47 PM »

งานเทศกาลสงกรานต์ของคนไทยในอเมริกา (ลอส เองเจลีส) ส่วนใหญ่จะเป็นไปในรูปแบบการทำบุญตักบาตรเช้า
ที่วัดไทย north hollywood ตามรูปภาพที่ผมถ่ายให้ดู ข้างบนและข้างล่างนี้ (ถ่ายก่อนวันเข้างาน) และส่วนหนึ่งของงาน
ก็จัดที่ย่าน Thai Town เมือง Hollywood ด้วยเหมือนกัน แต่เป็นในรูปแบบการแสดง โชว์วัฒนธรรม เต็ม set ยกคณะไปจากเมืองไทยก็มี


ดูรูปงานที่วัดไทยก่อนนะครับ
รูปแรกเป็นประตูหลักทางเข้าวัด ด้านถนน cantara จะมองเห็นเวทีไกลๆ ขาวๆนั่นแหละ






รูปล่าง เป็นสภาพทั่วไปของวัดไทย ลอส เองเจลีส จะเห็นเต๊นท์ ที่กลุ่มคนไทย ต่างๆตระเตรียมไว้ออกร้าน
ค้าขาย อาหาร การกิน และของที่ระลึก (นำเข้าจากเมืองไทย)











Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #56 on: May 26, 2011, 09:22:37 PM »

งานวันสงกรานต์ที่วัดไทยเน้นแบบเรียบง่าย

แต่ที่บริเวณย่านไทยทาวน์ Hollywood นั้น สนุกสนาน สุดสวิง ริงโก้เต็มรูปแบบตามรูปข้างล่างครับ




ผู้ชายคนกลาง ตัวสูงๆที่นุ่งผ้าขาวม้า ลายทางนั้น คือคุณฟาร์โร ช่างตัดผมชื่อดังของเมืองไทย
(เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน ที่เมืองไทยแกโด่งดังมาก ตอนอยู่เมืองไทยผมเองก็เคยได้ยินชื่อแก .. เจออีกที กลายเป็นคนดัง เมืองแอลเอโน่น)




ฝรั่งยังมาร่วมด้วยเลยครับ



ขออนุญาต พี่ๆน้องๆ ที่ปรากฏในรูปด้วยน่ะ





มีต่อครับ
Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #57 on: June 11, 2011, 10:08:16 PM »

ผมเองนั้นเป็นเด็ก ตจว. และเกิดในยุค sixty ตอนอยู่เมืองไทย ไม่ค่อยเท่าไหร่กับขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
แต่พออยู่ที่อเมริกา กลับโหยหา อะไรที่มันไทยๆ .. เพราะมันหายาก หาชม หาดูยากมากๆ

ในรูปข้างล่าง ดูให้ดีๆครับ เป็นรูปถ่ายงานสงกรานต์ปี 2008 ที่ไทยทาวน์ ลอสแองเจลีส ...
คริสตี้ และโจนัส ฝรั่งหัวใจไทยลูกทุ่ง ไปให้ความบันเทิงแก่คนไทยในอเมริกา และเขาไปทุกปี ช่วงที่ผมอยู่ที่โน่น
ร้องรำ ทำเพลง กันสนุก สนาน อิ่มเอมทำให้หายคิดถึงเมืองไทยไปได้หลายวันอยู่เหมือนกัน .. ถูกอก ถูกใจ คนไทยยุค sixty กันแหละครับ




Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #58 on: July 08, 2011, 07:48:51 AM »

ROSE BOWL FLEA / OPEN AIR MARKET

เมื่อ ๒ วันก่อน ... เพื่อน ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้านำเข้ายี่ห้อดังๆ ในจตุจักร มาเยี่ยม
คุยกันถึงเรื่องอดีต ตอนผมไปอยู่ที่อเมริกา เวลาจะกลับเมืองไทย จะหอบหิ้วเอาเสื้อผ้ายี่ห้อดังของอเมริกา มาขายให้กับเพื่อนผมคนนี้
กางเกงยีนส์ลีวายส์ BIG E ริมแดง / เสื้อยืด HARLEY DAVIDSON อะไรทำนองนี้แหละ รับไม่อั้น ขอให้ขนมาเถอะ

เลยมีเรื่องเล่าสู่กันฟังครับ

ถามว่าผมเอาเสื้อผ้าเหล่านี้มาจากไหนในอเมริกา ... บอกให้ก็ได้ ส่วนหนึ่ง ROSE BOWL STADIAM ครับ กางเกงยีนส์ลีวายส์ มือ ๒ สภาพดี
ผมไปหาซื้อได้จากตรงนั่น ราคาต้นทุน มีตั้งแต่หลัก 1,000 ถึงหลัก หลาย 10,000 บาทไทย  ไม่รู้ว่าถูกหรือแพง แต่เอามาเท่าไหร่ ไม่พอขาย

ROSE BOWL เป็นสนามกีฬาอเมริกัน ฟุตบอล ใหญ่โต รโหฐาน ใหญ่กว่าสนามกีฬาใดๆ ในเมืองไทย จุคนดูได้ประมาณ 100,000 คน
กีฬาอเมริกัน ฟุตบอล นานๆจะมีครั้ง ... พื้นที่สนาม กว้างใหญ่ ไพศาล ไม่ใช้งาน นานไปคงโทรม เลยมีพ่อค้าหัวใส
ขอเช่าสถานที่ มาทำเป็นตลาดนัดเปิดท้ายขายของ ซึ่งเป็นต้นตำรับของ Yardsale / Garagesale ที่บ้านเราเอามาทำเลียนแบบในยุคปี 2540 นั่นแหละ
แต่ไม่ได้เปิดขายทุกวันนะครับ จะมีเฉพาะวันอาทิตย์ที่ ๒ ของทุกๆเดือน เท่านั้น

คนซื้อ คนขายมาจากทั่วสารทิศ .. พวกยี่ปุ่น มาทีหนึ่งเต็มลำเครื่องบิน มาเพื่อหาซื้อ เสื้อผ้ามือ ๒ จากอเมริกา กลับไปวางขายที่ยี่ปุ่น ...
คนไทยเองก็เยอะ เดินไป เดินมา หัวดำๆ คนไทย คนยี่ปุ่นทั้งนั้น ดาราดังของ Hollywood เอง ก็นิยมไปเดินช็อปปิ้งที่นี่ ผมเองยังเคยเจอ Rob Schneider
นักแสดงนำเรื่อง  Deuce Bigalow: Male Gigolo ยืนพูดคุยด้วยกันในกลุ่ม อย่างใกล้ชิด (ไม่ถือตัวเลย แต่เสียดายที่ไม่ได้ขอถ่ายรูปคู่ไว้)



ROSE BOWL STADIAM ตั้งอยู่เขตเมือง PASADENA ตอนเหนือของ LOS ANGELES ดูแผนที่ก่อนนะครับ .. เดี๋ยวมีต่อ






Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ
แซม LADDER 49
^.^
Hero Member
*****
Offline Offline

Posts: 2791


แซม Tel : 081 7764785


Email
« Reply #59 on: July 21, 2011, 01:42:21 PM »

SHOPPING @ ROSE BOWL FLEA MARKET

ตลาดนัด rose bowl จะเปิดเดือนละครั้ง ทุกๆวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน
จะมีผู้ซื้อ ผู้ขาย นับหมื่นคน .. ไม่ได้เปิดให้เข้าฟรีนะ เก็บตั๋วเข้าไปซื้อครับ ตอนยุคที่ผมอยู่ จะแบ่งราคาค่าตั๋ว 3 เวลา คือช่วง

07.00 - 08.00 = $15 USD
08.00 - 09.00 = $10 USD
09.00 - after  = $8 USD






ผมไปครั้งแรก ประมาณต้นปี ๒๕๔๑ จำเดือนไม่ได้ แต่คง มกรา / กุมภา ประมาณนี้ เพราะอากาศหนาวมาก พูดทีควันออกปาก
ไปตั้งแต่ไก่โห่ ตี ๕ ไปคนเดียว ไม่กล้าชวนใครไปเพราะอากาศช่วงนั้น นอนอยู่ในบ้านเป็นดีที่สุด เอาแผนที่ Thomas Guide
มากาง แล้วขับรถไปตามแผนที่นั่นแหละ ขับรถไป เปิดวิทยุฟังเพลงไป ได้บรรยากาศดีมากๆ โดยเฉพาะสถานี 103.5 KOST-FM ช่วง LOVE SONG สุดๆเลยครับ
(ขณะที่เขียนตรงนี้ ผมก็เปิดอินเตอร์เน็ตฟังวิทยุสถานีนี้ไปด้วย .. กำลังบรรเลง Because You love Me ของ Celine Dion อยู่พอดี)
  Cheesy Cheesy



ตามรูปข้างบนที่เห็นนั่นแหละครับ สนามกีฬา rose bowl ตอนเปิดเป็นตลาดนัด เปิดท้ายขายของ / ของจริง
ในนั้นมีขายเกือบทุกอย่าง คนไทยที่ผมเจอ ส่วนมากจะไปซื้อเสื้อผ้ามือ ๒ หรือไม่ก็ของแปลกๆ ประเภท ของประดับ ตกแต่งร้าน ของดีๆทั้งนั้น

ซื้อกันจนหมดกระเป๋า ออกมาด้านนอก มีตู้ ATM เคลื่อนที่ มาจอดให้บริการพร้อม ไม่ต้องกังวลครับ เข้าแถวเป็นระเบียบ เรียบร้อย .. กดเงินเสร็จ ก็กลับไปช็อปปิ้งกันต่อ




พ่อค้า / แม่ค้า ก็ตามตัวอย่างข้างล่างครับ  Shocked Shocked Shocked



Logged



* Sam LADDER 49 >  Specialist Car Parts & Accessories from USA Tel : 08 1 7764785
* 11 ปีที่ใช้ชีวิตในอเมริกา...ผ่านจุด เลยจุด ขอหยุดอยู่แบบพอเพียง แต่ ... 11 years in USA SURE ! ครับ
* ซื้อ ขาย สบายใจ อ่านประวัติผมได้ที่ http://www.webforthai.com/index.php?topic=283.0

* ตอบคำถาม ทางโทรศัพท์เท่านั้น .. ไม่รับ ไม่ตอบ Email .. เยอะเกิน ตอบไม่ไหวครับ

Pages: [1] 2   Go Up
  Print  

 

Jump to:  

Where you are ?